Review : ฉลุย แตะขอบฟ้า แรงบันดาลใจให้คนกล้าท้าฝัน

ฉลุย แตะขอบฟ้า
แรงบันดาลใจให้คนกล้าท้าฝัน

Review By @Nookkill 

 

เชื่อว่าหลายคนมีความฝัน....บ้างฝันอยากเป็นนักร้อง ฝันอยากมีร้านอาหาร อยากมีร้านกาแฟเล็กๆ ฝันอยากเที่ยวรอบโลก บางคนเดินตามฝันจนประสบความสำเร็จ แต่บางคนกลับนั่งทำงานในสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่ใช่ตัวเอง ภายในห้องสี่เหลี่ยมของสำนักงาน และไฟที่จะตามฝันมอดลงพร้อมกับความคิดว่า "ตื่นซะเถอะ ฝันยังไงก็เป็นแค่ฝัน " สำหรับคนที่ไฟตามฝันริบหรี่ลงทุกที อยากจะชวนไปดูหนังเรื่องนี้ เผื่อว่าประกายความฝันจะกลับมาอีกครั้ง

 

"ตัวเราเองต้องยอมผิดหวัง เผื่อเป็นทางสร้างความหวังใหม่
หากไม่หวังซ้ำ ยังหมดกำลังใจ อีกเมื่อไร สิ่งที่เคยหวังจะเป็นจริง"

 

ฉลุย แตะขอบฟ้า หนังรีไซเคิลใหม่ของ ฉลุย ปี 2531 จากเดิมที่ 2 ตัวละครเอก โต้งกับป๋อง มาตามหาฝันที่กรุงเทพ ในเวอร์ชั่นนี้เขาฝันไกลถึงการไปเป็นศิลปินที่เกาหลี เพื่อหวังจะพิชิตใจ น้องตุ๊กตา สาวที่เค้าทั้งสองแอบหลงรัก โดยมีนิชคุณ หรเวชกุล เป็นแรงบันดาลใจอยู่เบื้องหลัง แต่หนทางไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะท่ามกลางกรุงโซล เต็มไปด้วยปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญ ทั้งการเจอมิจฉาชีพที่เชิดเงินและพาสปอร์ตไปอย่างดื้อๆ ที่ทำให้เขาต้องสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องไปทำงานในผับเปลื้องผ้าและได้รู้จักกับมีฮา สาวลูกครึ่งไทยเกาหลี ที่เป็นตัวช่วยพาเขาไปออดิชั่นที่ CJYP ค่ายเพลงอันดับ 1 ของเอเซีย สุดท้ายแล้วโต้งกับป๋องจะตามหาฝันสำเร็จมั้ย ?? ต้องมาลุ้นกัน

 

 

ฉลุย มีแกนหลักของเรื่องคือการเดินตามหาความฝัน กล้าที่จะฝัน ก็ต้องกล้าที่จะทำตาม แม้ฝันจะไกลแค่ไหนก็ตาม  ซึ่งหนังเน้นย้ำแก่นนี้ในเรื่องตลอดเวลา แฝงแง่คิดตลอดการเดินทางของสองตัวละคร  สอดแทรกไปด้วยมุกตลกฮาๆ กวนๆ เกรียนๆ ของโต้งกับป๋อง ซึ่งความฮา ไม่แพ้เวอร์ชั่น 2531 หรือ ภาคก่อนๆหน้านี้เลย ยังคงสไตล์แบบหนังของอังเคิล มีตัวละครแขกรับเชิญที่โผล่มาเซอร์ไพรส์ให้ยิ้มกันด้วย แต่ขอบอุบไม่บอกไว้ก่อนว่าเป็นใคร ??? แต่ถ้าแฟนฉลุยตัวจริง ต้องยิ้มแก้มปริแน่นอน แถมสไตล์การเล่าเรื่องยังกวนได้อีก เดี๋ยวฝัน เดี๋ยวจริง เล่นเอาคนดูเดาไม่ถูกจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ซึ่งถือว่าเป็นความเก๋าจากหนังเก่าที่เอามาเล่าใหม่ได้อย่างมีสีสันเลย

การเดินทางของโต้งกับป๋องมีโลเคชั่นอีกครึ่งเรื่องที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ทำให้เราได้เห็นบ้านเมือง วัฒนธรรม และความมีชีวิตชีวาของเมืองแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยผู้คนและแสงไฟ แน่นอนว่ามันยังมีมุมมืดอยู่บ้าง ? แต่อย่างที่มีฮา นางเอกของเรื่องบอกกับทั้งสองคนว่า เธออยู่มาทั้งชีวิตแทบจะไม่เคยเจออาชญากรรมเลย

 

 

ประเด็นหนึ่งที่ชอบสำหรับการเอาโซลมาไว้ในเรื่องนั่นคือการหยิบวัฒนธรรมทางดนตรีที่หนังเอาเครื่องดนตรีพื้นเมืองมาผสมผสานกันขับร้องออกมาเป็นเพลงเกาหลีคลาสสิคที่คนไทยคุ้นหูนั่นคือ "อารีรัง" ทำให้รสชาติกิมจิแบบออริจินัลเข้ามาเป็นส่วนผสมของหนังตามหาฝันด้วยเส้นทางสายดนตรี การเรียบเรียงดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี จากตอนแรกที่โต้ง ป๋องอยู่เมืองกรุงจะใช้เพลง วันนั้น วันนี้ วันไหน ของบิลลี่ โอแกน เวอร์ชั่นดั้งเดิม ให้ได้อารมณ์แบบเก่าๆ แต่พอบินมาที่เกาหลีเพลงก็ถูกเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ร้องโดยนิชคุณ คือการลำดับของดนตรีได้ดีและทำให้เห็นความแตกต่าง ในตอนท้ายของเรื่องที่สองตัวละครโชว์เพลง อารีรัง ฉบับร็อค ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างโอเคและเป็นการทำใหม่ที่แปลก ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

 

"...วันนั้น ที่เคยฝันกันว่าดี วันนี้อาจยังผิดหวังก็ได้
แต่ขอให้เราฝันกันต่อไป วันไหน สักวันความฝันก็คงจะจริง..."

 

 

 

ในด้านการแสดง โต้ง (นิกกี้ ณฉัตร) กับ ป๋อง (เจสซี่ เมฆวัฒนา )ถือว่าเป็นการจับคู่ที่ค่อนข้างลงตัวในด้านเคมีการแสดงมีทั้งความฮา ความเกรียนและรั่วสุดๆ ส่วนน้องใบเตยที่มาเป็นนางเอกก็เล่นได้น่ารัก สดใสเว่อร์ แถมแรงบันดาลใจของเรื่องอย่างนิชคุณ ที่ออกมาไม่เยอะมากแต่ออร่าเปล่งประประกาย รอยยิ้มที่ทำให้สาวๆอาจจะละลายได้เลย เรียกได้ว่า นิชคุณออกมา เห็นหลายคนแอบกรี๊ดเล็กๆเบาๆด้วย ถือว่าเป็นอีกตัวที่ขโมยซีนได้น่ารักมว๊าก แฟนคลับที่รักนิชคุณอยู่แล้วต้องไปดูเลย

ฉลุย แตะขอบฟ้า เป็นหนังที่เล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ดูง่ายและสื่อสารได้ชัดเจน เรียกได้ว่าใครที่หาหนังคลายเครียดแถมสร้างแรงบันดาลใจจุดไฟให้ลุกโชนอีกครั้ง เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากจะฮาลั่นโรงแล้ว ยังได้เห็นโลเคชั่นสวยๆ และอาจจะได้เห็นว่า ความฝันไม่มีคำว่าใหญ่เกินไป...ถ้ากล้าที่ทำให้มันเป็นความจริง 

เช็ครอบและข้อมูลหนัง จองตั๋วที่ www.majorcineplex.com/movie/cha-lui-tae-khob-fah

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram