Black & White คู่มหาประลัย ไวรัสล้างโลก

Director’s Statement 

“ผมอยากจะทำหนังแอ็คชั่นสมัยใหม่ที่ดูสนุก ที่ไม่ใช่แค่เอาใจผู้ชมทั่วๆไปเท่านั้น แต่เราอยากทำหนังแอ็คชั่นที่โดนใจผู้ชมชาวเอเชียมากกว่าเดิมด้วยสีสันของความเป็นเอเชียที่มีอยู่ในแบ็คกราวนด์ของหนัง เราพยายามที่จะพัฒนาการทำหนังของเรา และค้นหาเรื่องราวทันสมัย และไปให้ไกลเกินขีดจำกัดที่เรามี มันเป็นเส้นทางที่ยาวไกลและคดเคี้ยว แต่เรายินดีที่จะท้าทายกับเส้นทางนี้ เพราะเราต้องการที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เรายังอยู่ห่างจากจุดสูงสุดอีกยาวไกล แต่เราต้องก้าวต่อไป ตัวละครเอกในหนังเรื่องนี้จะต้องเจอกับการโจมตีที่ไม่เพียงแต่จะทำลายล้างเมืองเท่านั้น แต่ยังทำลายความยุติธรรมที่พวกเขาบูชา มีเพียงศรัทธาเท่านั้น ที่จะทำให้พวกเขาฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปได้" 

เกี่ยวกับผู้กำกับ

ไฉ้อวี๋ชุน เขาเป็นนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ เขาได้รับรางวัลระฆังทองมาแล้วสามครั้ง ไฉ้อวี๋ชุน ประสบความสำเร็จในฐานะผู้กำกับจากละครโทรทัศน์ที่โด่งดังและได้รับคำชมอย่างล้นหลามอย่าง "รักใสใสหัวใจสี่ดวง" (2001), “Mars ลุ้นรักนักบิด”(2004) และ “เกมชีวิต ลิขิตหัวใจ”(2006) ซึ่งทุกเรื่องทำให้เขาได้รับรางวัลระฆังทองสาขาผู้กำกับละครทีวียอดเยี่ยม นอกเหนือจากการสร้างงานที่ทั้งเรตติ้งสูงและมีคุณภาพ ไฉ้อวี๋ชุนยังมีสายตาแหลมคมที่จะมองหาดาวดวงใหม่มาประดับวงการ และดึงเอาศักยภาพของพวกเขาออกมาใช้ได้สูงสุด อาทิ วง F4 ที่โด่งดังไปทั่วทั้งเอเชียทันทีหลังจาก รักใสใสหัวใจสี่ดวง ออกอากาศ ขณะที่มาร์ค จ้าวโหย่วถิง ก็ได้รับรางวัลระฆังทองสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากผลงานการแสดงเรื่องแรกอย่างซีรียส์ Black and White คู่โหดเดือดเต็มพิกัด ด้วยความหวังที่อยากให้ผู้ชมของเขาสนุกไปกับผลงานของเขามากที่สุด นับตั้งแต่ไฉ้อวี๋ชุนได้ผันตัวมากำกับภาพยนตร์ เขาได้มีความตั้งใจที่จะผลักอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไต้หวันไปสู่อีกระดับหนึ่งให้ทัดเทียมกับฮอลลีวูด Black and White: The Dawn of Justice เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เชื่อว่าจะต้องสร้างกระแสได้ในระดับนานาชาติอย่างแน่นอน

 

เกี่ยวกับนักแสดง มาร์ค จ้าวโหย่วถิง รับบท อู๋หยิงเชียง มาร์ค จ้าวโหย่วถิง เป็นนักแสดงและนักร้องชาวแคนาดาเชื้อสายไต้หวัน เขาเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงจากการได้รับเลือกให้แสดงนำในซีรียส์ Black and White คู่โหดเดือดเต็มพิกัด ด้วยเรตติ้งที่สูงมากของซีรียส์เรื่องนี้ คาแร็กเตอร์อู่หยิงเชียงได้ทำให้ชื่อของมาร์ค จ้าวโหย่วถิง ดังเป็นพลุแตก และซีรียส์เรื่องนี้ ก็ยังทำให้มาร์คได้โชว์ฝีมือการแสดงจนได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากรางวัลระฆังทองครั้งที่ 44หลังจากนั้น เขาได้รับบทนำในภาพยนตร์ อาทิ  Monga แสบยกเมือง (2010), LOVE (2012), So Young (2013) ซึ่งเรื่องหลังนั้นทำเงินสูงสุดในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงบทบาทของเขาในหนังดังของฉีเคอะอย่าง Young Detective Dee: Rise of the Sea Dragon ตี๋เหรินเจี๋ย 2 ผจญกับดักเทพมังกร (2013)’ หลินเกิงซิน รับบท เฉินเจิน หลินเกิงซินเป็นนักแสดงจีนรุ่นใหม่ที่ชื่อเสียงกำลังมาแรงทั่วทั้งเอเชีย เขาจบการศึกษาจากสถาบันการละครเซี่ยงไฮ้อันโด่งดัง หลังจากนั้น เขาก็โด้งดังทันทีจากบทบาททางละครโทรทัศน์ อาทิ ปู้ปู้จิงซิน เจาะมิติพิชิตบัลลังก์ ที่เขารับบทเป็นอิ่นถี องค์ชายสิบสี่ และในปี 2013 เขาได้ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ Young Detective Dee: Rise of the Sea Dragon ตี๋เหรินเจี๋ย 2 ผจญกับดักเทพมังกร (2013) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จากงานฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด ครั้งที่ 33 หวงเป่า รับบท ซูต้าฟู่

นอกจากจะเป็นนักแสดงชื่อดังจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีความสามารถและมีผลงานอย่างต่อเนื่องแล้ว หวงเป่ายังนำแสดงในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทางรายได้สูงสุดในจีนแผ่นดินใหญ่ อาทิ  No Man’s Land (2013), Lost in Thailand แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ (2012), และCow (2009) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงานประกาศผลรางวัลม้าทองคำครั้งที่ 46 หนิงจาง รับบท หลันซีหยิน หนิงจางเป็นนักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของไต้หวัน เธอเริ่มต้นจากการรับบทในละครโทรทัศน์ในปี  2003 ความสวยสง่าและความสามารถทางการแสดงของเธอจากภาพยนตร์เรื่อง Holiday Dreaming ในปี 2004 ได้เตะตาบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์ จนในปี  2007 เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Taipei Film Festival จากบทบาทการแสดงของเธอในเรื่อง What on Earth Have I Done Wrong? ซึ่งบทบาทของเธอในเรื่องนี้ ก็ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลม้าทองคำ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม คริสโตเฟอร์ ลี รับบทเป็นผู้บัญชาการ เขาเป็นนักแสดง พิธีกร และนักร้องชาวสิงคโปร์ที่เกิดในมาเลเซีย เขามีผลงานการแสดงในละครโทรทัศน์ และมีผลงานพิธีกรในรายการมากมาย ชื่อของคริสโตเฟอร์เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยฝีมือการแสดงและความตั้งใจ ทำให้เขาคว้ารางวัลสตาร์ อวอร์ด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาถึงสองครั้ง และได้รับรางวัลศิลปินชายที่ได้รับความนิยมสูงสุดติดต่อกันถึงสิบครั้ง

เกี่ยวกับทีมงานสร้าง แจ็ค กิลล์ - ประสานงานสตันท์ และผู้ช่วยผู้กำกับที่ 2 ผู้กำกับคิวบู๊ที่มีชื่อเสียงมีผลงานการสร้างสรรค์ฉากแอ็คชั่นมากมายที่น่าจดจำให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แจ็คมีชื่อเสียงในฐานะผู้สร้างสุดยอดฉากสตั๊นท์ที่ท้าทายกับความตาย ผลงานของเขาอาทิเช่น  Fast and Furious 5 (2011) ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล เวิลด์ สตันท์ อวอร์ด  2012 ในสาขาใหญ่ๆหลายรางวัล รวมถึงรางวัลผู้ประสานงานสตันท์ดีเด่น 

 

และฉากสตันท์ที่ใช้ยานพาหนะยอดเยี่ยม รอน หยวน—ผู้ออกแบบฉากต่อสู้ และผู้ช่วยผู้กำกับที่ 2 รอน หยวน เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่มีผลงานในฐานะนักแสดง มาร์เชียล อาร์ติสต์ ผู้กำกับฉากต่อสู้ และ ผู้กำกับคิวบู๊ รอนมีผลงานในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น Fast & Furious (2009), “Prison Break,” และ “24.” หลันไห่ฮั่น— ผู้กำกับคิวบู๊ และผู้ช่วยผู้กำกับที่ 2 หลันไห่ฮั่นเป็นมาร์เชียล อาร์ติสต์ และผู้กำกับคิวบู๊ ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักจากKung fu (2004), Yip Man 2 (2010) และ House of Flying Daggers (2012). BUF— วิชวล เอฟเฟคท์ BUF เป็นบริษัทผลิตวิชวล เอฟเฟคท์ระดับแนวหน้าของฝรั่งเศส ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ CGIสำหรับภาพยนตร์ โฆษณา และมิวสิควิดิโอ  BUF ทำสเปเชียล เอฟเฟคท์ ให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ  Life of Pi (2012), Thor (2011), Avatar (2009) และ The Dark Knight (2008) BUF ได้รับรางวัลวิชวล เอฟเฟคท์ ยอดเยี่ยม จากงานประกาศผลรางวัลม้าทองคำครั้งที่ 50 BUF เคยสร้างฉากหายนะด้วยสุดยอดวิชวล เอฟเฟคท์มาแล้ว ในภาคก่อน  ซึ่งในภาคนี้  VFX supervisor ฟาบรีซ ลากาแยทท์ ยืนยันว่าBlack and White: The Dawn of Justice จะต้องออกมาเหนือกว่าภาคก่อนอย่างแน่นอน

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram