ยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งคลิก!! 9 สิ่งที่แตกต่างจากแอนิเมชั่น Beauty and the Beast ปรับใหม่ตรงไหนบ้าง?

ยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งคลิก!! 9 สิ่งที่แตกต่างจากแอนิเมชั่น
Beauty and the Beast ปรับใหม่ตรงไหนบ้าง? 

 

ตั้งแต่ปี 1991 ที่โฉมงามกับเจ้าชายแห่งอสูรได้ออกมาวาดลวดลายในรูปแบบของอนิเมชั่นสุดประทับใจ ใครที่ผ่านวัยเด็กในช่วงนั้นมาก็คงจะจำได้ดีว่ามันตราตรึงขนาดไหน กลับมาในปีนี้ 2017 ที่ Disney ได้นำกลับมารีเมคใหม่อีกครั้งในภาคคนแสดง ที่ได้นักแสดงสุดสวยอย่าง Emma Watson มารับบทเจ้าหญิง Belle และ Dan Stevens ในบทเจ้าชายอสูร...เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เราอยากจะเปรียบเทียบของเก่ากับของใหม่ แต่ถ้าคุณนึกภาพไม่ออก เราจะพาไปชมกันว่า 9 สิ่งที่ปรับปรุงใหม่มันทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นอย่างไรบ้าง

 

-โปรดระวังเนื้อหาด้านล่าง มีเปิดเผยรายละเอียดหนังเล็กน้อย-

 

1.เวทมนตร์ที่ถูกสาปของเจ้าชายอสูรดูจะชัดเจนและเจาะจงมากยิ่งขึ้น

 

 

ในอนิเมชั่นปี 1991 เวทมนตร์ที่สาปเจ้าชายอสูรออกจะไม่ชัดเจนและไม่ค่อยอธิบายเหตุผลเท่าไรนัก โอเคล่ะ...เรารู้ว่าแม่มดมาที่ปราสาทแล้วสาปเจ้าชายให้มีรูปลักษณ์น่ากลัว ขนยาวไปทั่ว และเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว จนกว่าจะเจอรักแท้แล้วถึงจะคืนร่างเดิมได้ แต่ทุกคนในเรื่องเหมือนจะลืมไปเลยว่า...เฮ้ย...ทำไมปราสาทมันหิมะตกตลอดทั้งปี ทั้งๆที่หมู่บ้านข้างนอกแดดจ้าประหนึ่งเป็นประเทศไทยฤดูร้อน พอมาในปี 2017 นี้เลยได้อธิบายไปเลยว่า สาเหตุที่ทำให้หิมะตกเฉพาะในเขตของปราสาทนั้นมันเป็นเพราะเวทมนตร์ของแม่มดล้วนๆ ไม่มีอะไรผสม แล้วจัดการกวาดเอาความทรงจำของชาวบ้านเกี่ยวกับปราสาทนี้ออกไปจนหมดสิ้น

 

2. Maurice ไม่ได้ถูกโยนเข้าห้องขังโดยไม่มีเหตุผล

 

 

Maurice พ่อของนางเอกสาวอย่าง Belle นักประดิษฐ์คนสำคัญประจำหมู่บ้าน ออกจากบ้านไปเพื่อตามหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมาใช้ในงานของตัวเอง แต่เราต่างสงสัยว่าสุดท้ายแล้วเขาไปโผล่ในปราสาทของอสูรได้อย่างไร ในเวอร์ชั่นนี้เขายังคงดึงดันที่จะออกไปตามหาอุปกรณ์ของตัวเองเหมือนเดิม แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคย หลังจากที่ฟ้าผ่าใส่ต้นไม้ขวางทางกลับของเขาแล้ว เขาถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านไปยังถนนที่มีหิมะตกหนักในเดือนมิถุนายน ก่อนจะถูกหมาป่าดักทำร้าย จนสุดท้ายก็ดันผ่านเข้าประตูปราสาทไป แต่เขาก็ไม่ได้ใช้เวลาอยู่ในปราสาทนานนัก เพราะดันไปเจอชุดถ้วยชาพูดได้ แล้วยังไงละ...ก็หนีสิ

 

แต่ก่อนที่เขาจะออกจากปราสาท เขาดันนึกขึ้นได้ว่าสัญญากับลูกสาวเอาไว้ว่าจะนำเอาดอกกุหลาบจากตลาดกลับไปให้ เขาเลยคว้าเอาจากในปราสาทนั่นละติดมือไป จังหวะนั้นเองอสูรก็ได้ปรากฎตัวออกมาจับตัวเขาไปโทษฐานเป็นขโมย ก่อนจะจับโยนเข้าห้องขังที่แสนจะหนาวเหน็บไป

 

3. Maurice ไม่ยอมให้ลูกสาวต้องมาถูกขังแทนตัวเอง

 

 

มีอย่างหนึ่งที่หลายคนคงคาใจเกี่ยวกับฉากที่ Belle ไปช่วยพ่อของตัวเองโดยการสลับตัวกับเขา ก็โอเค...Maurice ปฏิเสธที่จะสลับตัว แต่เขาก็แค่พูด แต่ไม่ได้พยายามต่อสู้อะไรเลยสักนิด แต่ในเวอร์ชั่นนี้ Belle เป็นเด็กฉลาดและหัวแข็งกว่าเดิม เธอรู้ว่าพ่อของเธอจะไม่ยอมให้เธอเอาเวลาวัยเด็กและชีวิตมาใช้เพื่อแลกเปลี่ยนกับตัวเขาอย่างแน่นอน เธอเลยวางแผนการ โดยขอโอกาสจากอสูรว่าขอเข้าไปบอกลาพ่อครั้งสุดท้ายหน่อยได้ไหม ซึ่งในภาคนี้อสูรโชว์ความมีมนุษยธรรมมากกว่าในภาคอนิเมชั่น เขายอมเปิดห้องขังให้ Belle เข้าไป หลังจากนั้นเมื่อเบลเข้าไปแล้ว Maurice ก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องมาเสียสละแทนเขา เธอกอดเขาก่อนจะผลักเขาออกไปแล้วจัดการปิดประตูห้องขังเอง ซึ่งนั่นทำให้ทั้งหมดดูเป็นการตัดสินใจจากตัวเธอเองและทำให้พ่อของเธอกลายเป็นตัวละครที่ทำอะไรไม่ได้ไปอีกตัว

 

4.อาการ Stockholm Syndrome ได้ถูกไขกระจ่างแล้ว

 

 

ในอนิเมชั่นปี 1991 นั้นดูจะเป็นเรื่องราวของ เด็กสาวที่ถูกจับเป็นนักโทษในปราสาทแล้วเธอถูกขังเอาไว้จนในที่สุดเธอชอบที่จะอยู่ที่นั่น แต่ในปี 2017 นี้เธอตัดสินใจที่จะหลบหนีออกจากปราสาทอยู่หลายครั้ง แต่หลังจากที่ล้มเหลวอยู่ตลอดเธอก็ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีเหตุผลนะ เมื่อลองมองย้อนกลับไปในเนื้อเรื่องแล้ว เราจะพบความเชื่อมโยงกันระหว่าง Belle กับอสูร ที่ลึกซึ้งกว่านั้น พวกเขาทั้งสองคนเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก พวกเขาโตมากับพ่อที่กลายเป็นอิทธิพลสำคัญต่อชีวิตของพวกเขาเอง เริ่มจากอสูรที่พ่อของเขาทำให้เขากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว และมีนิสัยโหดร้าย จนกระทั่งแม่มดมาดัดนิสัย ส่วนเบลนั้นเธอสนิทกับพ่อของเธอมาก จนกลายเป็นว่าเธอฝากทุกอย่างไว้กับพ่อของเธอเอง จนขาดแรงบันดาลใจที่จะออกไปผจญภัยนอกหมู่บ้าน

 

5.ทั้งเจ้าหญิง Belle กับ เจ้าชายอสูร ต่างก็มีความหลังฝังใจ

 

 

อย่างที่กล่าวไปในข้อที่ผ่านมา ว่าทั้งสองคนสูญเสียแม่ไปเหมือนๆกันทั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เราเริ่มที่จะเข้าใจเหตุผลของเขาแล้วนะว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กน้อยที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียตั้งแต่ยังเล็ก แถมยังโดนอิทธิพลจากพ่อที่เปลี่ยนแปลงเขาไปในทางที่ไม่ดี แต่เราทุกคนก็เห็นและรู้ดีว่า Mrs.Pott ไม่ได้พยายามเปลี่ยนเจ้าชายน้อยที่เห็นแก่ตัวให้ดีขึ้นเลย แต่เราทุกคนก็ยังรู้อีกละว่า เบื้องหลังขนที่หนาและความโกรธเกรี้ยวที่เขาแสดงออกมา ภายในนั้นยังคงมีชายหนุ่มที่มีนิสัยงดงามและบริสุทธิ์มากพอให้ลองเปลี่ยนแปลงดูอีกสักครั้ง

 

6. Belle คือหญิงแกร่งที่ไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ

 

 

ด้วยอิทธิพลจากเฟมินิสต์ตัวแม่อย่าง Emma Watson ที่ผลักดันตัวละคร Belle ให้ออกมา Strong กว่าในอนิเมชั่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าเวอร์ชั่นในปี 1991 ไม่ดีนะ Belle ทั้งสองเวอร์ชั่นแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในการกล้าที่จะตัดสินใจ ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือความกล้าจะที่จะเผชิญหน้ากับอสูรที่แสนจะดุดัน อีกหนึ่งความกล้าที่แสดงให้เห็นเลยก็คือเธอตัดสินใจที่จะกลับมายังปราสาทอีกครั้งเพื่อช่วยอสูร กับบทพูดสุดกินใจที่ว่า “คนเราจะมีความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร ถ้าปราศจากอิสรภาพ”

 

7. ไม่ใช่ทุกอย่างในปราสาทที่เป็นเวทมนตร์

 

 

ในระหว่างฉากต่อสู้ในอนิเมชั่นต้นฉบับ เราเห็นข้าวของมากมายพุ่งเข้าโจมตีชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสารพัดมีด จาน ช้อน ส้อม แต่เดี๋ยวก่อน ของหนึ่งอย่างสร้างมาจากคนหนึ่งคนไม่ใช่หรอ แล้วอย่างนี้ชาวปราสาทจะรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องทำร้ายชาวบ้านอย่างทารุณ แต่ในเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ แสดงให้เห็นถึงเหตุผลพวกนี้ในฉากที่ Belle หยิบแปรงหวีผมขึ้นมา แล้วถามถึงชาติกำเนิดของคนที่กลายเป็นหวีอันนี้ แต่ Lumière และ Cogsworth ก็ได้จ้องหน้าเธอแล้วบอกว่า “ไม่นะที่รัก เจ้านั่นเป็นแค่แปรงหวีผม เธอ...โอเคนะ?”

 

8.ชุดดูเหมาะกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น

 

 

ชุดเสื้อผ้าของ Belle ในยุคสมัยนี้ดูจะทะมัดทะแมงมากยิ่งขึ้น สังเกตุได้จากชุดสีฟ้าของเธอที่ทำจากผ้ายีนส์ สวมทับกับกางเกงเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหว ต่างจากในอดีตที่ทุกอย่างดูเทอะทะไปหมด ตั้งแต่ชุดขนสัตว์หนาเตอะของอสูร กับผมที่ดูเหมือนวิกของเขา ไหนจะกระโปรงสุ่มขนาดใหญ่ยักษ์ที่ปรากฎในตัวละครอื่นๆ นอกจากเบลนะ...เพราะเธอเป็นกบฎต่อทุกขนบธรรมเนียมประเพณี และเราทุกคนรู้กันอยู่แล้วใช่ไหมละ?

 

9.สารพัดเพลงใหม่ที่แสนจะไพเราะเสนาะหู

 

 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจนเลยก็คือ เพลงใหม่ที่ไม่ได้ใช้ในเวอร์ชั่นเก่า อย่างโซโลเดี่ยวของ The Beast กับเพลง Evermore หรือของ Gaderobe อย่างเพลง Aria และ How Does A Moment Last Forever ขับร้องโดยนักร้องคุณภาพอย่าง Celine Dion รวมไปถึงเนื้อเพลงใหม่ๆ ในเพลงของ Gaston ที่ไม่ได้ใช้ในเวอร์ชั่นอนิเมชั่น... เจ๋งไปเลยใช่ไหมละ?

 

ที่มา: https://moviepilot.com/p/beauty-and-the-beast-differences-old-new/...differences-between-the-old-new

 

รู้อย่างนี้แล้วยังรออะไรอีกละ ไปสัมผัสกับความรักที่แสนงดงามระหว่างโฉมงามกับเจ้าชายอสูรได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์!

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram