ภาพยนตร์ "AFTERSHOCK คนคลั่ง 8.8 ริกเตอร์"

ภาพยนตร์ "AFTERSHOCK คนคลั่ง 8.8 ริกเตอร์"

ลิงค์ตัวอย่างภาพยนตร์

http://www.youtube.com/watch?v=DIxNoMuxzWE

บทสัมภาษณ์....อีไล ร็อธ ผู้อำนวยการสร้าง

นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับอีไล ร็อธ ร็อธ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงฮอลลีวูดมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ อันเนื่องจากความสำเร็จที่ไม่มีใครคาดคิดของภาพยนตร์เรื่อง Cabin Fever เขาก้าวไปสู่การมีชื่อเสียงโด่งดังจากแฟรนไชส์ Hostel ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จเชิงรายได้และถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงในฐานะผู้นำทีมแถวหน้าสำหรับภาพยนตร์แนวทรมาน-โป๊เปลือย ที่ได้รับความนิยมในยุคเก้าศูนย์

เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ ภาพยนตร์แนวทรมาน-โป๊เปลือยก็ดูเหมือนจะยังคงได้รับความนิยมเช่นแต่ก่อน เมื่อผู้กำกับจำนวนมากยังคงเดินหน้าพยายามและสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมผู้เฉยชาด้วยภาพมายาที่สุดโต่งและสร้างสรรค์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม และในครั้งนี้ อีไล ร็อธก็รับหน้าที่ทั้งผู้อำนวยการสร้างและนักแสดงในภาพยนตร์หายนะที่รุนแรงในชื่อ Aftershock

Q:เรื่อง Aftershock เป็นยังไงบ้าง

A:มันวิเศษที่สุดครับ ผมมีความสุขมากกับการได้ร่วมงานกับนิโคลัส โลเปซ ผมรู้ว่าเขารักหนังแนวนี้ และหนังแบบของโรเบิร์ต โรดริเกซและทารันติโนและเจมส์ คาเมรอน ผมถามเขาทำนองว่า “คุณจะสร้างหนังภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ล่ะ?” แล้วผมก็คิดว่า หลังจาก Last Exorcism II ตอนนี้ ผมก็อยู่ในสถานะที่สามารถช่วยเหลือเขาให้ข้ามมาได้แล้ว เรานั่งลงคุยกัน และเราก็ลองเขียนบทขึ้นมา ด้วยความคิดที่ว่า “ลองเขียนหนังไซไฟบ้างดีกว่า” และเขาก็เริ่มเล่าให้ผมฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุแผ่นดินไหวในปี 2010 ซึ่งมันน่าสะพรึงกลัวมากๆ ผมหมายถึงว่าเขาไม่จำเป็นต้องแต่งเรื่องอะไรเลย ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจริงๆ เพื่อนของเรา ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือนักแสดงหญิงลอเรนซา อิซโซ...คือแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตอนตีสามครึ่งในช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายของซัมเมอร์ ดังนั้น ทุกคนก็กำลังปาร์ตี้กันในบาร์ ทุกคนเมามาย เพื่อนคนหนึ่งของเธอถูกชิ้นส่วนของบาร์ร่วงลงมาตัดมือเขาขาด ทุกคนมองหามือของเขา แต่ตึกกำลังสั่นไหว คนก็เลยวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งเหยียบกัน และเตะมือของเขาไปมา พอพวกเขาเจอมือของเขา พวกเขาก็ผูกมือของเขาเอาไว้ ลอเรนซาเดินผ่านแผ่นกระจกออกมาและเธอก็ถูกกระจกบาด มันไม่มี...โทรศัพท์ทั้งหมดใช้การไม่ได้ ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าจะต้องไปไหน เพราะพวกเขาไม่มีตัวช่วยอย่าง Google Maps ในโทรศัพท์ของพวกเขา จะโทรเรียกดับเพลิงก็ไม่ได้ เรียกตำรวจก็ไม่ได้ แล้วทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยสึนามิก็ดังขึ้น ทุกคนก็เลยเริ่มสติแตก และออกวิ่งขึ้นไปบนภูเขาเพราะเสียงสัญญาณเตือน แล้วพวกเขาก็ได้รู้ว่า คุกก็ถล่มลงมาเหมือนกัน และนักโทษทุกคนก็หลุดออกมาได้ นอกจากนักโทษจะแหกคุกออกมาแล้ว คนก็พังข้าวของและขโมยของไปทั่ว เหมือนคนกำลังอยู่ในภาวะตกตะลึงเพราะจู่ๆ มันก็มีเฮลิคอปเตอร์บินมาและมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก มีเมืองหนึ่งที่พวกเขาต้องประกาศยกเลิกสัญญาณเตือนสึนามิเพราะคนตื่นตระหนกกันมากจนบ้ากันไปใหญ่แล้ว แล้วญี่ปุ่นก็โทรมาทำนองว่า “มันดูเหมือนว่าไม่น่าจะโดนนะ” แล้วสองชั่วโมงให้หลัง (ดีดนิ้ว) สึนามิก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้แล้วคร่าชีวิตคนไปสองพันคน

ดังนั้น เราก็เลยร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เข้าด้วยกัน เราชื่นชอบไอเดียที่ว่า...สิ่งที่ทำให้ผมกลัวคือไอเดียที่ว่าตอนนี้เราอยู่กันที่นี่ เรานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะตัวนี้ และทุกอย่างก็เรียบร้อยดี แต่พอคุณรู้ตัวอีกที คุณก็อาจจะกำลังมองหามือตัวเองอยู่ก็ได้! และเพื่อนของนิโคลัสคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังเรื่องเด็กสาวคนหนึ่งที่ออกเดทครั้งแรกกับผู้ชายคนหนึ่ง หินร่วงลงมาใส่หัวเขา จนเขาขยับตัวไม่ได้ ตั้งแต่ช่วงคอลงไป ส่วนเธอก็นั่งอยู่ตรงนั้น จนเธอต้องแบกเขาไปนอนที่เบาะหลัง แล้วขับรถเกียร์กระปุกลงเขามาเรื่อยๆ ท่ามกลางก้อนหินที่กลิ้งลงมา...มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเจอครับ มันเลวร้ายมาก! และเราก็ตระหนักได้ว่ามันไม่มีหนังแผ่นดินไหวแบบจริงจังมาตั้งแต่ Earthquake แล้ว และทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้นช่วงไม่นานมานี้ก็ถูกสร้างด้วย CG เราก็เลยอยากจะทำอะไรแบบดั้งเดิม ทำมันจริงๆ ทั้งพังข้าวของและทำให้ของร่วงลงมาจริงๆ น่ะครับ มันน่าสะพรึงกลัวมาก!

Q:ถ้างั้น โทนของภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากผลงานเรื่องอื่นๆ ของคุณรึเปล่า มันจริงจังมากกว่ามั้ย

A:ครับ ผมหมายถึงมันเป็นการผสมผสานระหว่างความคิดอ่านของผมกับนิโคลัส ตอนเริ่มต้นมันเป็นเหมือนโรแมนติกคอเมดีที่ผม...ตัวละครของผม เราเขียนเขาขึ้นมาให้เป็นคนที่ค่อนข้างจะตรงข้ามกับแบร์ ยิว (ใน Inglorious Basterds) เขาไม่ใช่คนกล้า เขาเป็นคนที่เพิ่งหย่ามา และพยายามจะกลับมาฝึกปรือวิชาจีบสาวอีกครั้ง ก่อนจะรู้ตัวว่าเขาคุยกับพวกเธอไม่ได้ซักคน เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องพูดอะไร เป็นหนุ่มเหวอขี้อาย แต่แล้วพวกเขาก็ได้พบกับสาวๆ กลุ่มหนึ่ง พวกเขาสนุกกัน ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แล้วจู่ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น และคุณก็อยู่กับคนกลุ่มนี้ที่เป็นเหมือนคนแปลกหน้า แต่คุณต้องพึ่งพากันและกันเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้น่ะครับ

 Q:มันสำคัญแค่ไหนที่คุณต้องถ่ายทำในโลเกชั่นจริงๆ แทนที่จะใช้ฉากที่สร้างขึ้น

A:เราต้องถ่ายทำในโลเกชันจริงๆ เพราะข้อแรกเลย คือเรื่องของงบประมาณ เราได้สำรวจสถานที่ไปทั่วและมีสถานที่มากมายที่ยังคงทิ้งร่องรอยความเสียหายจากแผ่นดินไหว มีสุสาน หลุมศพที่แยกออก ถ้าคุณเดินไปรอบๆ สุสาน คุณจะเห็นกระดูกโผล่ขึ้นมจากรอยแยก ดังนั้น เราก็เลยถ่ายทำกันในสุสานกลางของซานเตียโก้ ตอนที่ผมยืนอยู่บนพื้นดินและมองไปรอบๆ มันเหมือนว่า “ว้าว การตกแต่งฉากนี้เข้ากับกระดูกพวกนี้ได้ดีจริงๆ!” และเขาก็บอกว่า “ใช่ เป็นการตกแต่งฉากที่ยอดเยี่ยม!”

ดังนั้น มันก็เหลือเชื่อมากที่ได้ไปอยู่ที่นั่น และแม้กระทั่งในคลับที่เราถ่ายทำ ที่เราทำให้เพดานถล่มลงมา ทับลำโพงของผม พวกเขาเปิดฟุตเตจกล้องวงจรปิดให้นิโคลัสดู และเขาก็สร้างฉากนี้ขึ้นมาจากฟุตเตจนั้น มีคนตายในคลับคืนนั้นและเขาก็เห็นมัน มันบ้ามาก แม้แต่ถ้าคุณเปิดดูคลิปทางยูทูป พวกคลิปแผ่นดินไหวในชิลี มันเลวร้ายมาก...

ดังนั้น ในการถ่ายทำในโลเกชันจริง วัลพาไรโซเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เจ๋งที่สุด มันเป็นหนึ่งในนครหลวงกราฟิตี้ของโลก ศิลปินกราฟิตี้จากทั่วโลกจะเดินทางไปวัลพาไรโซเพื่อพ่นสีสเปรย์ มันน่าทึ่งมากเพราะทั้งเมืองเหมือนเป็นภาพฝาผนังมีชีวิต การถ่ายทำที่นั่นก็เลยเป็นเรื่องเยี่ยมครับ

Q:อะไรเป็นสิ่งที่คุณจดจำได้มากที่สุดระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

A:สิ่งที่ดีคือผมไว้วางใจในตัวนิโคลัส นี่เป็นหนังของเขา ดังนั้น ผมก็เลยสามารถทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างและนักแสดง และพูดคุยเรื่องต่างๆ ได้ รวมถึงในห้องตัดต่อด้วย มันก็เป็นเรื่องดีที่ผมสามารถโฟกัสไปกับการแสดงโดยไม่ต้องยุ่งกับงานกำกับ แต่ในตอนที่คุณเป็นนักแสดง ช่วงท้ายๆ คุณก็จะแย่หน่อยเพราะทุกคืน เนื้อตัวผมจะเต็มไปด้วยเลือดปลอม เหงื่อและฝุ่น เราเรียกมันว่าเอ็มทีวี ดัสต์ ปาร์ตี้ เราเข้าไปในเต็นท์แล้วเหมือนกับถูกแป้งเด็กสาดเข้าที่ตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า จนเราทุกคนไอกัน มันอยู่ในขนตาเราด้วยนะครับ มันน่าขยะแขยงก็จริง แต่ก็ออกมาดูดีมากๆ ด้วย

เกร็ดภาพยนตร์

ถ้าใครเคยดู Hostel ก็คงจะซาบซึ้งถึงความโหดสุดบรรเจิดของผู้กำกับอย่าง อีไล รอธ ที่ยังมีผลงานการแสดงที่น่าจดจำใน Inglorious Basterds และ Piranha 3D รวมถึงผลงานการอำนวยการสร้างอย่าง The Last Exorcism และ The Man with the Iron Fists สำหรับ Aftershock เขาก็เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้าง / ร่วมเขียนบท/แสดงนำโดยก็ได้พูดถึงโปรเจ็คว่า"...ผมเขียนเรื่องราวโดยอ้างอิงมาจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริคเตอร์ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศชิลีเมื่อปี 2010 โดยยังไปถ่ายทำที่เมือง Arauco กราวน์ซีโร่ของเหตุการณ์แผ่นดินไหวของจริงอีกด้วย พวกเราไม่เพียงแค่ต้องการถ่ายทอดความรุนแรงและโหดร้ายของแผ่นดินไหว แต่ก็ยังรวมถึงความสับสนอลหม่าน สังคมที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และด้านมืดในจิตใจของมนุษย์อีกด้วย..."

ประวัตินักแสดง

  • Andrea Osvárt  (แอนเดรีย ออสวาร์ท) รับบท Monica (โมนิก้า)

แอนเดรีย ออสวาร์ท เกิดในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เธอได้รับความสนใจเป็นครั้งแรกเมื่อเธอคว้าที่สองในการประกวด "Look of the Year Competition" ระดับชาติ เธอสำเร็จปริญญาตรีทั้งในสาขาวรรณกรรมอิตาเลียนและภาษาอิตาเลียน แอนเดรียพูดได้สามภาษา (อังกฤษ อิตาเลียนและฮังกาเรียน) เธอเริ่มต้นเดินแบบก่อนจะขยับขยายไปจับงานโฆษณาก่อนที่เธอจะได้รับเลือกให้รับบทเล็กๆ จากโทนี สก็อต ผู้ล่วงลับ ประกบโรเบิร์ต เรดฟอร์ดและแบรด พิตต์ใน Spy Game แอนเดรียทำงานในโรมตั้งแต่ปี 2003 และเธอก็ได้ทำงานทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ ผลงานภาพยนตร์ของเธอได้แก่ Aftershock (อเมริกา), Duplicity (อเมริกา), Maternity Blues (อิตาลี), The End is My Beginning (เยอรมนี/อิตาลี), Poligamy (ฮังการี), The Valley (อิตาลี/สวิตเซอร์แลนด์/ฮังการี) ส่วนในจอแก้ว เธอได้รับบทนักแสดงนำหญิงในซีรีส์ใหม่เรื่อง Transporter (อเมริกา-แคนาดา-ฝรั่งเศส-เยอรมนี), Visions of Murder (อิตาลี), Die Draufgänger (เยอรมนี), La donna della domenica (อิตาลี), The Swing Girls (อิตาลี) และ Lo scandalo della Banca Romana (อิตาลี)

ในปี 2012 แอนเดรียได้รับทั้งรางวัลลูกโลกทองคำยุโรป (โกลโบ ดิ โอโร) จากสมาพันธ์สื่อต่างชาติแห่งอิตาลีและรางวัลบิรากี อวอร์ดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวภาพยนตร์แห่งชาติอิตาลี สำหรับการแสดงของเธอใน "Maternity Blues" ในปี 2011 เธอได้รับรางวัลโกลเดน นิมพ์ อวอร์ด สาขา “นักแสดงจอแก้วยอดเยี่ยม” จากงานเทศกาลโทรทัศน์นานาชาติมอนติคาร์โล และรางวัลโกลเดน เปกาซัส ไพรซ์จากงานอินเตอร์เนชันแนล ฟลาเอียโน อวอร์ด

  • Ariel Levy (แอเรี่ยล เลวี่) รับบท Ariel (แอเรี่ยล)

แอเรียลเปิดตัวในโลกภาพยนตร์ตอนปี 2004 ด้วยภาพยนตร์เรื่อง Promedio Rojo ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซ ซึ่งเขารับบทตัวเอก โรเบิร์ต โรดริเกซระหว่างที่เขายังเป็นนักศึกษาอยู่ สำหรับบทนี้ เลวีต้องเพิ่มน้ำหนักตัวเพื่อรับบทเด็กชายช่างฝัน ผู้พยายามเอาตัวรอดในชีวิตที่โรงเรียนให้ได้ หลังจากภาพยนตร์เรื่องนั้น เขาก็ลดน้ำหนักและเปลี่ยนลุคเพื่อร่วมแสดงในซีรีส์วัยรุ่นหลายเรื่องเช่น Es Cool, Mitú, Porky Te Amo, Vivir con 10 และ Mala Conducta ในปี 2007 เขาได้นำแสดงในภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Super Niño Bully ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซ นอกจากนั้น ในปีนั้น เขายังเริ่มต้นวงร็อคการาจ ดอน นาดี้กับเพื่อนๆ ของเขา อังเดรส ลาร์เรน, เฟอร์นันโด เวอร์แมนน์และมาเชียส เวก้า โดยในวงดนตรีนี้ เขารับหน้าที่นักร้องนำและมือกีตาร์

ในปี 2010 เขาได้รับบทนำในโรแมนติกคอเมดีเรื่อง Que Pena Tu Vida ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซ และเขารับบทฮาเวียร์ เฟอร์นันเดซ โดยบทนี้ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม หลังจากความสำเร็จยิ่งใหญ่ใน Que Pena Tu Vida ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลายเป็นไตรภาค ในปี 2011 ตอนที่สองของเรื่องราวนี้ก็ถูกปล่อยออกมาด้วย Que Pena Tu Boda ซึ่งสำเร็จมากกว่าภาคแรก Que Pena Tu Familia ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของไตรภาค เข้าฉายในปลายปี 2012

นับตั้งแต่ปี 2011 แอเรียลได้ร่วมแสดงในซีรีส์ทางไพรม์ไทม์ ทีวีเช่น Infiltradas, Soltera Otra Vez และ La Sexóloga ในปีเดียวกันนี้ เขาก็ได้แสดงในซีรีส์คอเมดีทางเว็บและภาพยนตร์ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์เรื่อง El Crack ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซและกุยเลอร์โม อโมโด โดยเขารับบทเฟร็ดดี้ แฟนตาเซีย มอนเกล ผู้ชายแสนดี นักฝันผู้อยากจะเป็นนักฟุตบอลโดยไม่เข้าใจเลยว่าเขาไม่ได้เก่งฟุตบอลซักนิด

นอกจากนั้น เขายังมีประสบการณ์ละครเวทีอีกด้วย โดยผลงานล่าสุดของเขาคือ Temporada Baja ที่เขารับบทแพทริซิโอ ในปี 2012 เขาเปิดตัวผลงานภาษาอังกฤษเรื่องแรกด้วยทริลเลอร์เรื่อง Aftershock ที่อำนวยการสร้างโดยมิเกล อาเซนซิโอ, อีไล ร็อธ, ไบรอัน โอลิเวอร์และกำกับโดยนิโคลัส โลเปซ เขารับบทแอเรียล ชายผู้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคท่ามกลางแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทำให้เมืองวัลปาไรโซทั้งเมืองต้องราบเป็นหน้ากล้อง

  • Lorenza Izzo (ลอเรนซ่า อิซโซ) รับบท Kylie (ไคลี่)

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากซานเตียโก้ คอลเลจในปี 2008 ลอเรนซา อิซโซก็ย้ายไปนิวยอร์กเพื่อเข้าเวิร์คช็อปด้านการแสดงที่ลี สตราส์เบิร์ก อคาเดมี ที่โด่งดัง ในปี 2009 เธอได้กลับชิลีเพื่อศึกษาด้านวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลอสแอนเดสในซานเตียโก้

ในฐานะนักศึกษาสายวารสารศาสตร์และนางแบบ เธอและโรซิต้า พาร์สันส์ (อดีตนางแบบ) แม่ของเธอ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมแฟชัน วีคในเซาเปาโล ระหว่างที่อยู่ที่นั่น เธอได้พบกับจิเซล บุนด์เชน ผู้ทำให้เธอเป็นนางแบบโฆษณาของโคลซี แอพพาเรลในชิลี ในฐานะนางแบบ เธอได้ทำงานในแคมเปญใหญ่ๆ ทั่วทั้งอเมริกาใต้

ในปี 2010 เธอเริ่มต้นอาชีพนักแสดง ด้วยการเปิดตัวในภาพยนตร์เรื่อง Instrucciones Para Mi Funeral ที่กำกับโดยเซบาสเตียน ราดิค

ในปี 2011 เธอได้รับบทตัวเอกครั้งแรกด้วยบทลูเซีย ตัวร้ายสาวเซ็กซี ผู้ทำทุกอย่างเพื่อขโมยฮาเวียร์จากแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์ของเขาใน ‘Que Pena Tu Boda’ และซีเควล ‘Que Pena Tu Familia’ ซึ่งทั้งสองเรื่องกำกับโดยนิโคลัส โลเปซ

ในปี 2012 เธอได้เปิดตัวผลงานภาษาอังกฤษเรื่องแรกด้วยภาพยนตร์เรื่อง ‘Aftershock’ ทริลเลอร์ที่อำนวยการสร้างโดยอีไล ร็อธ, มิเกล อาเซนซิโอและไบรอัน โอลิเวอร์ และกำกับโดยนิโคลัส โลเปซ โดยเธอรับบทไคลี นักท่องเที่ยวสาวชาวอเมริกัน ผู้เผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ระหว่างไปเที่ยวชิลี และตอนนี้ เธอก็ต้องเอาชีวิตรอดให้ได้

หลังจาก Aftershock เธอก็ย้ายไปลอสแองเจลิสเพื่อโอกาสทางการแสดง เธอได้แสดงในซีรีส์ ‘Hemlock Grove’ และปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเตรียมตัวสำหรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ‘The Green Inferno’ ที่กำกับโดยอีไล ร็อธ

  • Natasha Yarovenko (นาตาชา ยาโรเวนโก้)  รับบท Irina (เอริน่า)

เธอเริ่มต้นอาชีพนักแสดงของเธอในแวดวงจอแก้วของสเปน โดยเธอได้แสดงทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์ จนกระทั่งเธอได้ร่วมแสดงในซีรีส์ที่มีผู้ชมสูงสุดเรื่อง Central Hospital (2007) ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ

ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอคือ Diary of a Nymphomaniac (2008) ที่กำกับโดยคริสเตียน โมลินา ผลงานถัดไปของเธอคือซีรีส์ La Lola (2008) ที่ซึ่งเธอได้แสดง 17 เอพิโซด และเธอก็ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Black Buenos Aires (2009) นำแสดงในทริลเลอร์และมินิซีรีส์เรื่อง Innocents (2010) ในบทสเวทลานา

แต่โอกาสแจ้งเกิดของเธอคือ Room in Rome (2010) ที่กำกับโดยฮูลิโอ เมเดมและร่วมแสดงโดยเอเลนา อนายา ดรามาอีโรติคระหว่างผู้หญิงสองคนที่พบกันในค่ำคืนหนึ่งในโรงแรมที่กรุงโรม พวกเธอได้สัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ และแรงกระตุ้นที่นำพาทั้งคู่สู่สิ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยพบเจอมาก่อน  หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับแอนโตนิโอ เฮอร์นันเดซก็ทำให้เราแปลกใจด้วยข่าวที่ว่า นาตาชา ยาโรเวนโก้จะรับบทเจ้าหญิงซิกริดใน Captain Thunder and the Holy Grail (2011) ในปี 2012 เธอเดินทางไปชิลีเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Aftershock ทริลเลอร์ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซและร่วมแสดงโดยอีไล ร็อธและแอนเดรีย ออสวาร์ท

  • Nicolás Martínez (นิโคลัส มาร์ติเนซ) รับบท Pollo (พอลโล่)

นิโคลัส มาร์ติเนซ (หรือ “พอลโล”) ได้แสดงภาพยนตร์ตั้งแต่สมัยเรียน ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นของเขา นิโคลัส โลเปซ พวกเขาเริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดสั้นสนุกๆ เป็นงานอดิเรก พอลโลเริ่มยึดอาชีพนักแสดงในภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Pajero (1999) และ Superheroes (1999) ซึ่งทั้งสองเรื่องกำกับโดยนิโคลัส โลเปซ เพื่อนของเขา พอลโลได้ศึกษาสาขาประชาสัมพันธ์และเขาก็ได้แสดงในภาพยนตร์คอเมดีเรื่องแรกโดยโลเปซ Promedio Rojo (2004) ประสบความสำเร็จอย่างสูง พอลโลรับบทคอนโดโร และตัวละครของเขาก็ยังคงเป็นที่จดจำของใครหลายคน หลังจากความสำเร็จการแสดงของเขา พอลโลก็ตัดสินใจศึกษาด้านการแสดง

ในปี 200 เขาได้แสดงในภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างสเปนและชิลี ภาพยนตร์เรื่อง Santos กำกับโดยนิโคลัส โลเปซด้วยเช่นกัน โดยในเรื่องนี้ เขาควบบทโฮวิโต้และแอนโทรโพมอสโก นอกจากนี้ เขายังได้แสดงในซีรีส์คอเมดีหลายเรื่องและเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของซิทคอมเรื่อง Transantiaguinos ที่เขารับบท โรแลนโด คนขายของข้างถนนจอมหลอกลวงและเห็นแก่ตัว

ในปี 2009 เขารับบท ฮาเวียร์ใน Retomo ที่กำกับโดยกุยเลอร์โม อโมโด ซึ่งเป็นบทบาทดรามาครั้งแรกของเขา ในปีเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้รับบทนำในรอมคอมเรื่อง Que Pena Tu Vida ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซ เขารับบทบาร์แมน ที่เป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม หลังจากความสำเร็จยิ่งใหญ่ใน Que Pena Tu Vida ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลายเป็นไตรภาค ในปี 2011 ตอนที่สองของเรื่องราวนี้ก็ถูกปล่อยออกมาด้วย Que Pena Tu Boda ซึ่งสำเร็จมากกว่าภาคแรก Que Pena Tu Familia ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของไตรภาค เข้าฉายในปลายปี 2012 ในภาพยนตร์ทั้งสามเรื่อง ตัวละครของเขาแสดงถึงพัฒนาการโดยไม่ทิ้งอารมณ์ขัน

ในปี 2011 เขาได้ร่วมแสดงในซีรีส์ทางเว็บและภาพยนตร์ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์เรื่อง El Crack ที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซและกุยเลอร์โม อโมโด โดยเขารับบท มิลตัน อิบาเนซ คนต่างชาติเร่ร่อนผู้มีพรสวรรค์ด้านฟุตบอล อีกครั้งหนึ่งที่ตัวละครของเขาตลกมากจนผู้ชมชื่นชอบ

โอกาสทองมาถึงเขาในปี 2012 เมื่อเขาเปิดตัวบทบาทภาษาอังกฤษบทแรกในภาพยนตร์ทริลเลอร์เรื่องAFTERSHOCK ที่อำนวยการสร้างโดยมิเกล อาเซนซิโอ, อีไล ร็อธ, ไบรอัน โอลิเวอร์ และกำกับโดยนิโคลัส โลเปซ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขารับบททพอลโล (เช่นเดียวกับชื่อเล่นของเขา) ชายผู้เจอกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และต้องทำทุกหนทางเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ และรอดชีวิตจากค่ำคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาให้ได้

ประวัติทีมผู้สร้าง

  • Nicolás López  (นิโคลัส โลเปซ)ผู้กำกับ/มือเขียนบท/ผู้อำนวยการสร้าง

ในปี 2004 โลเปซได้เขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ‘Promedio Rojo’ คอเมดีตลกร้ายสำหรับวัยรุ่นที่เควนติน ทารันติโนพูดถึงว่าเป็น “หนังที่ตลกที่สุดในรอบปี” ‘Promedio Rojo’ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในบ็อกซ์ออฟฟิศ มันได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงมาร์ เดล พลาทา ไอเอฟเอฟ (อาร์เจนตินา), โตเกียว ไอเอฟเอฟ, ซิทเกส ไอเอฟเอฟ (สเปน) และเซาธ์บายเซาธ์เวสต์, เทศกาลภาพยนตร์ลอสแองเจลิส (อเมริกา)

ภาพยนตร์เรื่องที่สองของเขา โรแมนติกคอเมดีไซไฟเรื่อง ‘Santos’ (2008) ร่วมอำนวยการสร้างโดยทรับเบิลเมคเกอร์ สตูดิโอส์ (‘Sin City’) และเทเลซินโก้ ซีเนมา (‘Pan's Labyrinth’) ด้วยทุนสร้าง 6 ล้านเหรียญ Santos ได้รับรางวัลสเปเชียล จูรี ไพรซ์จากงานแฟนทาสติค เฟสต์

หลังจาก ‘Santos’ โลเปซก็ได้เขียนบทและกำกับ ‘Que Pena Tu Vida’ (F*ck My Life) ภาพยนตร์ชิลีที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2010 โรแมนติกคอเมดีเรื่องนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจของไตรภาคที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมถึง ‘Que Pena Tu Boda’ (F*ck My Wedding, 2011) และ ‘Que Pena Tu Familia’ (F*ck My Family, 2012)

‘Aftershock’ เป็นภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของเขา และอำนวยการสร้างโดยโซบราส บริษัทของเขา ร่วมด้วยมิเกบ อาเซนซิโอ้, อีไล ร็อธและไบรอัน โอลิเวอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตปีนี้

  • Eli Roth  (อีไล ร็อธ)  ผู้อำนวยการสร้าง

อีไร ร็อธแจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตปี 2002 ด้วยภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา CABIN FEVER ซึ่งเขาอำนวยการสร้าง กำกับและร่วมเขียนบท ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงสุดของไลออนส์เกทในปี 2003 ด้วยรายได้ 33 ล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก และมีการสร้างซีเควลตามมาด้วย HOSTEL ภาพยนตร์เรื่องที่สองของเขา ซึ่งเขาเขียนบท อำนวยการสร้างและกำกับ และควบคุมงานสร้างและนำเสนอโดยเควนติน ทารันติโน ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และเปิดตัวอันดับหนึ่งทั้งในบ็อกซ์ออฟฟิศและเวอร์ชันดีวีดีด้วย HOSTEL ทำรายได้ทั้งในโรงภาพยนตร์และรูปแบบดีวีดีได้ 150 ล้านเหรียญจนถึงปัจจุบัน HOSTEL  ได้รับรางวัลเอ็มไพร์ แม็กกาซีน อวอร์ดสาขาภาพยนตร์สยองขวัญยอดเยี่ยม ได้รับการยกย่องจาก “Le Monde” ให้เป็นภาพยนตร์อเมริกันยอดเยี่ยมประจำปี 2006 และติดอันดับหนึ่งของภาพยนตร์สยองขวัญที่สุดตลอดกาลในลิสต์ “100 ช่วงเวลาภาพยนตร์สุดสยองยิ่งกว่า” ของทางบราโว หลังจากนั้น เขาก็มีผลงานเรื่อง HOSTEL PART II ทำรายได้ไป 35 ล้านเหรียญทั่วโลก และยังติดลิสต์ท็อป 20 ภาพยนตร์สยองขวัญแห่งทศวรรษประจำเอนเตอร์เทนเมนต์ วีคลีอีกด้วย  เขากลับคืนสู่เก้าอี้ผู้กำกับอีกครั้งด้วย THE GREEN INFERNO ทริลเลอร์สยองขวัญที่เขาเขียนบทด้วยเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ร็อธเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง AFTERSHOCK ทริลเลอร์แผ่นดินไหวที่กำกับโดยนิโคลัส โลเปซ ผู้กำกับชาวชิลี ผู้ที่เขาร่วมเขียนบทด้วยและเขาก็ควบหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย ก่อนหน้านั้น ร็อธได้เป็นหนึ่งในนักแสดงของเซ็กเมนต์ DEATH PROOF ของเรื่อง GRINDHOUSE โดยเควนติน ทารันติโน และเขายังได้เขียนบทและกำกับเทรลเลอร์ปลอมยอดนิยม THANKSGIVING ที่ฉายระหว่างทั้งสองเซ็กเมนต์ในเรื่องด้วย ทารันติโนชื่นชอบการแสดงของร็อธมากจนเขาได้เลือกร็อธให้รับบทนำเป็นร้อยโทดอนนี โดโนวิทซ์ในอีพิคสงครามโลกครั้งที่สองเรื่อง INGLOURIOUS BASTERDS นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชวนเชื่อในภาพยนตร์เรื่องนี้ในชื่อ NATION’S PRIDE อีกด้วย

ในปี 2009 ร็อธและผู้อำนวยการสร้างอีริค นิวแมนได้ร่วมมือกันสร้างอาร์เคด ฟิล์มส์ บริษัทโปรดักชันแนวใหม่ ที่ร็อธเขียนบท กำกับและอำนวยการสร้างภาพยนตร์ของเขาสำหรับบริษัทแห่งนี้เท่านั้น ผลงานสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกของพวกเขา THE LAST EXORCISM ที่อำนวยการสร้างกับสไตรค์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ผลงานเรื่องที่สอง THE MAN WITH THE IRON FISTS ที่ร่วมเขียนบทโดยร็อธและเดอะ อาร์ซา ผู้ก่อตั้งวู-ทัง แคลน และมีร็อธและสไตรค์อำนวยการสร้าง เมื่อเร็วๆ นี้ อาร์เคด ฟิล์มส์ได้จับมือกับเน็ตฟลิกซ์และโกมอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เทเลวิชันในการดัดแปล Hemlock Grove นิยายยอดนิยมของไบรอัน แม็คกรีวี ให้กลายเป็นซีรีส์หนึ่งชั่วโมง นอกเหนือจากการทำหน้าที่ผู้ควบคุมงานสร้างแล้ว ร็อธยังจะกำกับเอพิโซดแรกอีกด้วย ผลงานถัดไปของร็อธในฐานะผู้อำนวยการสร้างได้แก่ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง CLOWN, THE LAST EXORCISM 2 และ ENDANGERED SPECIES ซึ่งร็อธจะกำกับหลังจาก The Green Inferno

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram