9 ข้อคิดเจ๋ง ๆ จากบท Iron Man ความเท่ ความคูลที่อยู่คู่ MCU มามากกว่า 10 ปี

 

                Iron Man ตัวละครที่ถือเป็น Iconic ในวงการภาพยนตร์มายาวนานมากกว่า 10 ปี เราได้เห็นเขาตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนกำลังจะเดินทางมาสู่จุดสิ้นสุดใน Avengers: Endgame เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครในโลกภาพยนตร์ที่มีคนผูกพันธ์มากที่สุดตัวละครหนึ่งเลยทีเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่จดจำไม่ใช่แค่เพราะความไฮเทค และความสามารถในการปราบเหล่าร้าย แต่เป็นวิธีคิดของตัวละครตัวนี้ที่แตกต่างและชัดเจน โดยหลายต่อหลายบทพูดก็ทำให้เราสามารถหยิบจับนำมาเป็นข้อคิดในการใช้ชีวิตได้ วันนี้เราจึงอยากจะยกมาสัก 10 ข้อคิดเจ๋ง ๆ ให้ทุกคนได้ลองอ่านดูกัน

 

IF WE CAN’T ACCEPT LIMITATIONS THEN WE’RE NO BETTER THAN THE BAD GUYS.

(ถ้าเราไม่ยอมรับข้อกำจัดบ้าง ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ได้ต่างจากพวกวายร้ายเลย)

บทพูดนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Captain America: Civil War ภาพยนตร์ที่ทำให้เราเห็นความขัดแย้งแตกหักของเหล่าทีมฮีโร่ ความแตกหักที่มาจากอุดมการณ์ทางความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายกัปตันอเมริกามุ่งหวังในอิสรภาพ ส่วนฝ่ายของไอออนแมนก็ต้องการการควบคุมสักเล็กน้อยเพื่อให้ทีมสามารถไปต่อได้ นั่นจึงเป็นที่มาของบทพูดประโยคนี้

 

IF YOU’RE NOTHING WITHOUT THIS SUIT THEN YOU SHOULDN’T HAVE IT.

(ถ้าไม่มีชุดแล้วนายทำอะไรไม่ได้ งั้นนายก็ไม่ควรจะต้องมีมันไว้)

บทพูดสอนใจปีเตอร์ พาร์คเกอร์จาก Spider-Man: Homecoming เป็นบทพูดเตือนใจที่สะท้อนตัวตนของโทนี สตาร์กได้เป็นอย่างดี ย้อนกลับไปใน Iron Man 3 เราได้เห็นโทนี สตาร์กสูญเสียชุดเกราะทั้งหมดของเขาไป แล้วเขาต้องบุกไปยังรังลับของแมนดารินเพื่อช่วยเหลือเพพเพอร์ พ็อตต์ ในตอนนั้นทำให้เขาคิดได้ว่าการเป็น Iron Man มันไม่ใช่แค่เพราะเขามีชุดเกราะ แต่มันเป็นเพราะความสามารถของตัวเขาเองมากกว่า

 

SOMETIMES YOU GOTTA RUN BEFORE YOU CAN WALK.

(บางครั้งเราวิ่งให้ได้ ก่อนจะที่เริ่มเดิน)

ในกรณีบทพูดนี้ของไอออนแมน นั่นหมายถึงการยอมรับความเสี่ยงในสถานการณ์คับขัน เราได้เห็นเขาหยิบชุดเกราะรุ่นต้นแบบที่ยังอยู่ในระหว่างพัฒนามาใช้ แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดก็ตาม แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นแล้วเราก็จำเป็นต้องเสี่ยง เพราะบางครั้งการเลือกที่จะเสี่ยงก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

 

YOU KNOW, IT’S TIMES LIKE THESE WHEN I REALIZE WHAT A SUPERHERO I AM.

(นายรู้ไหม เวลาแบบนี้ล่ะที่ฉันรู้ว่าฉันเป็นซูเปอร์ฮีโร่แบบไหน)

บทพูดนี้ของโทนี สตาร์ก หากเป็นคนทั่วไปพูดอาจจะฟังดูหลงตัวเองไปสักหน่อย แต่พอมันมาจากปากของโทนี สตาร์ก ชายที่พวกเรารู้กันดีกว่าเขาเป็นใคร และสามารถทำอะไรได้บ้าง การจะหยิบจับประโยคนี้มาใช้ชีวิตของคนทั่ว ๆ ไปอย่างเรา อาจจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับตัวเราเองได้ เพราะนี่มันหมายถึงการมองเห็นตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และเมื่อว่าเรารู้ว่าตัวเองเป็นใคร นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญที่สุดแล้ว

 

FOLLOWING’S NOT REALLY MY STYLE

(การยอมตามมันไม่ใช่สไตล์ของฉัน)

นี่อาจเป็นข้อความที่ใช้ได้เฉพาะตัวของโทนี สตาร์ก ผู้เป็นทั้งซูเปอร์ฮีโร่, มหาเศรษฐี, เพลย์บอย แล้วก็พ่อพระ ผู้ที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้พิทักษ์โลก การเป็นผู้นำและยืนอยู่แนวหน้าเพื่อสร้างแนวทางใหม่ ๆ จึงเป็นหน้าที่ของเขา แต่สำหรับพวกเราอาจจะหยิบจับมาใช้ได้ในบางสถานการณ์ เช่น การที่เรามองเห็นแล้วว่าเส้นทางที่เราจะเลือกนี้มันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และการยอมตามอาจกลายเป็นหนทางที่แย่กว่า ประโยคนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เรายึดมันในแนวทางของตัวเองต่อไปได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการดื้อแพ่งจนไม่ยอมเป็นผู้ตามนะ เพราะไม่ว่าอย่างไร ผู้นำที่ดีก็คือผู้ตามที่ดีอยู่วันยังค่ำ

 

WHAT IS THE POINT OF OWNING A RACE CAR IF YOU CAN’T DRIVE IT?

(มันจะดีตรงไหนล่ะถ้าคุณเป็นเจ้าของรถ แต่ไม่สามารถจะขับมันได้)

บทพูดนี้นับเป็นอีกหนึ่งในบทพูดที่ดีเลยทีเดียว ในโลกยุคที่หลายคนติดบ่วงอยู่ในภาวะวัตถุนิยม การครอบครองถือเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิต โดยบางครั้งหลงลืมถึงความจำเป็นในการใช้ของตัวเอง เทียบกับประโยคที่โทนี สตาร์กพูดที่เรายกมาก็คือ คุณจะซื้อรถที่คุณไม่สามารถขับได้ไปทำไม นั่นหมายถึง จงครอบครองในสิ่งที่เราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้นั่นเอง

 

WE CREATE OUR OWN DEMONS

(พวกเราล้วนสร้างปีศาจให้ตัวเราเอง)

ในกรณีของโทนี สตาร์กที่พูดประโยคนี้ใน Iron Man 3 นั่นหมายถึงการปล่อยปะละเลยของเขาทำให้อัลดริส คิลเลียนกลายเป็นวายร้ายที่กลับมาสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้เขาภายหลัง แต่ในกรณีของคนทั่วไป ปีศาจที่ว่าอาจหมายถึงนิสัยแย่ ๆ ในตัวของเราเอง แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะดี 100% ทุกคนมีจุดแย่ ๆ เป็นข้อด้อยของตัวเอง และนั่นอาจเป็นปีศาจที่หลอกหลอนชีวิตเรา ดังนั้นทั้งหมดมันอยู่ที่การประทำว่าเราจะสามารถอยู่กับมันได้อย่างไร

 

THERE’S ONE THING YOU CAN NEVER TAKE AWAY FROM ME: I AM IRON MAN.

(มันมีสิ่งหนึ่งที่แกไม่มีทางเอาไปจากฉันได้นั่นคือ ฉันเป็นไอออนแมน)

ในชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง การได้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ถือได้ว่าเป็นของขวัญที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต และมันไม่ผิดเลยหากเราจะปกป้องตัวตนของตัวเราเองเอาไว้ไม่ให้ถูกใครพรากมันไป เพราเมื่อเรารู้ว่าเราเป็นใคร เราจะรู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง และเมื่อเรารู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง เราจะมองเห็นจุดมุ่งหมายในชีวิตเราก็จะรู้ว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

 

I BUILD NEAT STUFF, GOT A GREAT GIRL, OCCASIONALLY SAVE THE WORLD. SO WHY CAN’T I SLEEP?

(ผมสร้างสิ่งของเด็ด ๆ ตั้งเยอะแยะ มีแฟนสาวดีเยี่ยมมาก แถมยังช่วยโลกเอาไว้ได้ แล้วทำไมฉันยังนอนไม่หลับ)

มองผิวเผิน ซูเปอร์ฮีโร่อาจจะสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้หลายอย่าง สามารถแก้ปัญหายาก ๆ ได้อยู่ตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ Marvel ประสบความสำเร็จก็คือ พวกเขาทำให้เราเห็นว่าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เองก็เป็นมนุษย์ พวกเขาอาจต้องต่อสู้กับวายร้ายต่าง ๆ นา ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องต่อสู้เหมือนพวกเราทั้งหมดก็คือ จิตใจของตัวเอง บางครั้งเราอาจจะคิดว่าเรามีพร้อมทุกอย่าง สามารถหาความสุขได้ไม่จบสิ้น แต่กลับลืมมองตัวเองไปบ้างในบางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ได้ไม่ว่าเราจะแสวงหาความสุขให้ตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม

 

Source: Screen Rant

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram