รวมหนังโคตรดังที่แฟนหนังอยากให้มีภาคต่อ...แต่สร้างไม่จบเพราะปัญหารายได้

 

จบไปตอนไหน… 8 เฟรนไชส์ที่เจ๊งก่อนจะมีภาคจบ

 

บางครั้งการที่เราได้ดูหนังดีๆซักเรื่องเราอาจจะไม่ได้ต้องการหนังภาคต่อจากมัน แต่หากมันดีมากๆผู้คนชื่นชอบและสร้างแฟนคลับมากมายได้ทั่วโลก ทางค่าย Hollywood ก็มักจะสร้างให้มันเป็นเฟรนไชส์อยู่ตลอดเมื่อมีโอกาส เหมือนกับการสร้าง Harry Potter, Fast and Furious และล่าสุด John Wick แต่ในบางครั้งการสร้างหนังภาคต่อหรือเฟรนไชส์ที่ออกมาแล้วไม่ดีก็มี หรือการตั้งใจจะสร้างเฟรนไชส์แต่หนังดันมาเจ๊งตั้งแต่ภาคแรกก็มีเหมือนกัน และ เมื่อกระแสตกทางค่ายจึงจำเป็นต้องปิดโปรเจ็คลง หรือตัดจบไปในที่สุด วันนี้เรามาดูกันว่า 8 เฟรนไชส์หนังที่ต้องตัดจบก่อนจะถึงภาคสุดท้ายมีเรื่องอะไรบ้าง

 

1.Eragon

ก่อนเฟรนไชส์วัยรุ่นอย่าง Twilight, The Hunger Games จะกลายเป็นที่โด่งดัง รู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เคยมีเฟรนไชส์วัยรุ่นเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อน นั่นก็คือ Eragon ของผู้กำกับ Stefen Fangmeier ที่สร้างมาจากนวนิยายชื่อดังของ Christopher Paolini ที่จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้จะต้องมีถึง 4 ภาค แต่หลังจากภาคแรกออกมาทั้งเสียงคำวิจารณ์จากผู้ชมและรายได้ที่ทำออกมาได้ไม่ดีมากๆทำให้ภาคต่อโดนตัดทิ้งก่อนหนังเรื่องนี้จะเริ่มต้นเป็นเฟรนไชส์เสียอีก...

 

2.The Chronicles of Narnia

จากหนังสือสุดคลาสสิคที่เด็กๆต่างหลงรักตลอดการอย่าง The Chronicles of Narnia ของ C.S.Lewis ได้กลายเป็นหนังจอยักษ์ของ Hollywood จากการดัดแปลงมาทำถึง 3 เรื่อง จาก 7 เรื่องที่มีทั้งหมดในหนังสือ ในภาคแรก The Chronicles of Narnia: The Lion, The Witch, and The Wardrobe เป็นภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า $745 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียงแค่ $180 ล้าน ซึ่งจากความคุ้มค่านี้ทำให้ทาง Disney เดินหน้าสร้างภาคต่ออย่างเต็มกำลัง

หลังจากนั้นเมื่อทุ่มสุดตัวด้วยทุนสร้างมากกว่า $200 ล้านเหรียญในภาคที่ 2 The Chronicles of Narnia: Prince Caspian หนังเรื่องนี้กลับทำรายได้ทั่วโลกไปเพียงแค่ $419.7 ล้านเหรียญเท่านั้นซึ่งมันต่างจากความสำเร็จในภาคแรกมาก แต่ทางค่ายก็ยังไม่ละความพยายาม สร้างภาคที่ 3 ขึ้นมาเพื่อกอบกู้เฟรนไชส์ในชื่อ The Voyage of the Dawn Treader แต่มันกลับทำรายได้ไปน้อยเสียยิ่งกว่าเดิม ทำไปเพียงแค่ $415 ล้านเหรียญทั่วโลก และมันทำให้ไม่เพียงพอต่อการสร้างภาคต่อไป... ถึงแม้จะมีข่าวว่า จะมีภาค 4 เกิดขึ้นในชื่อ The Silver Chair แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นการรีบู๊ทเฟรนไชส์ใหม่มากกว่าจะเป็นหนังภาคต่อนะ

 

3.John Carter

จากหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นก่อนได้ทำตามฝันของตัวเองอย่าง A Princess of Mars ของ Edgar Rice Burroughs สู่หนังฟอร์มยักษ์ John Carter ที่ก่อนจะปล่อยออกมาทางผู้สร้าง ได้วางแผนให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังไตรภาค แต่น่าเสียดายที่เมื่อภาคแรกออกมามันกลับเจ๊งทั้งๆที่มันเป็นหนังที่สนุกในระดับหนึ่งเลย นั่นทำให้ความสนใจจากทางค่าย Disney ในเฟรนไชส์นี้จางหายไป และจำเป็นที่จะต้องปิดตัวลงในที่สุด

 

4.A Series of Unfortunate Events

จากนิยายเด็กขายดีชื่อดัง A Series of Unfortunate Events ของ Daniel Handler สู่หนังที่นำแสดงโดยดาราตลกชื่อดัง Jim Carry ที่มาพร้อมผู้กำกับ Brad Silberling ซึ่งตัวหนังทำเงินไปได้ทั่วโลกกว่า $209 ล้านเหรียญ แต่นี่คงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จไม่ได้เพราะหนังเรื่องนี้มีทุนสร้างมากถึง $140 ล้านเหรียญ จนถึงให้ภาคต่อหนังเรื่องนี้ปิดตัวลงไป และถูกลดขนาดลงเป็นซีรี่ย์แทน

 

5.Percy Jackson

ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดังของ Rick Riordan ในชื่อ Percy Jackson and the Olympians ซึ่งจากการสร้างเป็นหนังในภาคแรกที่ชื่อ Percy Jackson and the Olympians: The Lightning Thief พวกเขาได้ทั้งผู้กำกับฝีมือดีจาก Home Alone, Harry Potter ภาค 1 และ 2 อย่าง Chris Columbus มากำกับ และได้นักแสดงเด็กมากความสามารถมาร่วมแสดง แต่หนังเรื่องนี้กลับประสบความสำเร็จแค่เพียงปานกลางเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างภาคต่อ และในภาค 2 The Sea of Monster ก็ทำรายได้และคำวิจารณ์ได้ในระดับปานกลางเหมือนกัน บวกกับอายุของนักแสดงเด็กที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เฟรนไชส์นี้ค่อยๆจางหายไป

 

6.I Am Number Four

ดัดแปลงจากนวนิยายของ Pittacus Lore ที่มีชื่อ I Am Number Four สู่หนังจอเงินโดยได้ D.J. Caruso ผู้กำกับจาก Eagle Eye มานั่งแท่นกำกับพร้อม Michael Bay ที่มาอำนวยการสร้าง อีกทั้งยังได้นักแสดงจากซีรี่ย์ชื่อดังมาเล่น ทางค่ายจึงหวังไว้สูงว่าหนังเรื่องนี้จะทำเงินได้มากถึง 3 เท่าของทุนสร้าง แต่แล้วตัวหนังกลับทำเงินไปได้แค่ $150 ล้านเหรียญเท่านั้น และแน่นอนว่ามันไม่เพียงพอที่จะสร้างเฟรนไชส์ต่อแน่ๆ บวกกับคำวิจารณ์ที่ไม่ได้ดีนัก ทำให้หนังเฟรนไชส์นี้ถูกระงับไว้เพียงแค่ภาคแรกเท่านั้น

 

7.Divergent

ถึงแม้ Divergent จะจบไปได้แต่ดูเหมือนว่าจริงๆแล้วทางผู้สร้างวางแผนให้บทสรุปของเฟรนไชส์นี้ถูกแยกออกเป็นสองภาค เหมือนกับ Twilight, Harry Potter และ The Hunger Games แต่เพราะหนังภาคก่อนๆทำรายได้น้อยกว่าที่ควร ทำให้ทางค่ายตัดสินใจตัดจบให้อยู่ในภาคเดียว

 

8.Ender’s Game

จากนวนิยายของ Orson Scott Card สู่หนังแนวคิดดีที่ได้ Gavin Hood มากำกับ ถึงแม้ คำวิจารณ์จะค่อนข้างดีแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้หนังเรื่องนี้สร้างภาคต่อไปได้ เพราะมันทำรายได้ไปเพียงแค่ $125.5 ล้านเหรียญ จากทุกสร้าง $110 ล้านเหรียญเท่านั้น...

 

เรียบเรียงจาก: http://www.looper.com

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram