คิดถึงเขากันมั้ย? 7 ข้อคิดน่าชื่นชมจากชีวิตของ “พอล วอล์คเกอร์”

 

7 ข้อคิดน่าชื่นชมจากชีวิตของ
พอล วอล์คเกอร์

เขียนและเรียบเรียงโดย Aye, Ms. You.

 

 

ถึงแม้ฮอลลีวู้ดจะอุดมไปด้วยดารานักแสดงชั้นนำมากหน้าหลายตา แต่เมื่อพูดถึงนักแสดงชายที่มากฝีมือ ผู้เป็นไอคอนของหนังนักซิ่งแรงทะลุถนน รวมไปถึงบทบาทนอกจอที่เขาอุทิศตนให้กับครอบครัว แน่นอนว่า ทุกคนต่างนึกถึง “พอล วอล์คเกอร์” นักแสดงนำจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง Fast And Furious … จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2013   ทั่วโลกต่างต้องช็อคกับข่าวการเสียชีวิตของพอลจากอุบัติเหตุรถชน ในขณะที่เขาเดินทางพร้อมเพื่อนสนิทอีก 1 คนไปยังงานการกุศลที่เขาเองเป็นคนริเริ่มขึ้น ... แม้พอลจะจากไป ทว่าชื่อและทัศนคติของเขาจะยังคงดังก้องอยู่ในใจของคนทั่วโลกตลอดไป ทางผู้เขียนจึงขอรวบรวมเอา 7 ข้อคิดที่เต็มไปด้วยการสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และทัศนคติอันน่าชื่นชมของพอล วอล์คเกอร์ ชายผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา และพลังในหัวใจที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยมือของตนเอง!

 

 

- มันไม่ใช่แค่การทำงานอีกต่อไป แต่มันคือการทำในสิ่งที่ผมจะรู้สึกภูมิใจต่างหาก -

 

ชื่อของ “พอล วอล์คเกอร์” เป็นที่โด่งดังจากฝีมือการแสดงในหนังดรามาวัยรุ่นอย่าง She’s All That และ Varsity Blues ต่อมาเขาก็ได้รับความสนใจไปทั่วโลกจากหนังนักซิ่งแข่งรถอย่าง The Fast And The Furious (2001) ทว่าตัวพอลเองนั้นก็พยายามรักษาสมดุลโดยการรับเล่นทั้งหนังที่ประสบความสำเร็จบนบ็อกซ์ออฟฟิศ หนังดรามาและหนังสารคดีด้วย โดยครั้งหนึ่งเขาเคยแสดงหนังสารคดี Expedition Great White ของเนชั่นแนล จิโอกราฟฟิค แชนแนล ว่าด้วยการสำรวจชีวิตของฉลามขาวยักษ์นักล่าอันตรายที่สุดในธรรมชาติด้วย

 

 

- ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น นั่นแหละคือผมล่ะ -

 

พอลเหมือนกับผู้ชายทั่วไปที่ชื่นชอบการแข่งรถเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Parade เมื่อปี 2009 ว่าเขาเคยเกือบเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จากการแข่งรถที่เขาชื่นชอบ ซึ่งตอนนั้นเป็นการแข่งขัน California Motor Speedway พอลขับมาเกินกว่า 180 ไมล์/ชม. และเกิดเสียหลักเกือบพุ่งชนกำแพง พอลยังเล่าถึงอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดของเขาด้วย และเมื่อผู้สัมภาษณ์ถามกลับว่าเขาเคยกลัวบ้างมั้ย? เขากล่าวตอบว่า “ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น นั่นแหละคือผมล่ะ นั่นคือวิถีที่คุณปู่ของผมเป็น”

 

 

- ปรัชญาชีวิตของผมคือ ถ้าคุณไม่รู้สึกสนุกกับมัน
ก็เลิกทำมันซะ! -

 

นอกจากพอลจะมีความสนใจทางด้านการแข่งรถและกีฬาเอ็กซ์ตรีมแล้ว พอลยังสนใจศึกษาชีววิทยาทางทะเลด้วย ซึ่งเขาเรียนจบมาทางด้านนี้โดยตรง โดยเขากระโจนตัวเติมความฝันของตัวเองในการแสดงนำในสารคดีของเนชั่นแนล จิโอกราฟฟิค แชนแนลนั่นเอง ซึ่งเขาใช้เวลาถึง 11 วันเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ตามสำรวจชีวิตของฉลามขาวยักษ์ 7 ตัวในชายฝั่งของเม็กซิโก นอกจากนี้เขายังร่วมมือกับเพื่อนผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตพร้อมกันอย่าง โรเจอร์ โรดาส ก่อตั้ง Reach Out Worldwide องค์กรการกุศลช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย

 

 

- ผมได้แต่หวังให้ตัวเองอยู่หลังพวงมาลัยนั่นแทนสตันท์แมนทุกคน -

 

พอลเป็นพวกหลงใหลในรถขั้นสุด ถึงกับขนาดเคยเอ่ยปากพูดครั้งหนึ่งว่า “ผมได้แต่หวังให้ตัวเองอยู่หลังพวงมาลัยนั่นแทนสตันท์แมนทุกคน” ก่อนที่การถ่ายทำฉากชิงจ้าวความเร็วในหนัง Fast And Furious จะเริ่มขึ้น

 

 

- ผมอยากมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ -

 

พอลเคยให้สัมภาษณ์กับ Cosmopolitan ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคาดหวังในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเขาได้ตอบว่า “ก็ตามความเป็นจริง ผมอยากมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ และที่สำคัญ ผมอยากจะมีอิสระที่จะพาทุกคนเดินไปพร้อมกันกับผม เพราะเพียงคนเดียวมันคงไม่มีความหมายเท่ากับการแบ่งปันช่วงเวลาดีๆร่วมกัน ”

 

 

- ผมไม่ใช่คนที่เรียกร้องหาผลประโยชน์จากสิ่งที่ผมเป็น -

 

พอลถูกเลี้ยงดูด้วยหลักคำสอนของศาสนาคริสต์นิกายมอร์มอน พร้อมกับพี่น้อง 5 คนแห่งครอบครัววอล์คเกอร์ ซึ่งคำสอนบางอย่างนั้นก็รวมไปถึงการห้ามมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานและการงดของมึนเมาและยาเสพติด พอลรู้สถานะของตนเองดีว่า เขาเป็นที่รู้จักในสังคม หากจะทำอะไรในทางที่ไม่ดีเพื่อประโยชน์ของตนเอง เขาย่อมมีอำนาจทำได้ทั้งนั้น ... ทว่านั่นไม่ใช่วิถีที่พอลเลือกเดินหรือวิถีที่คิดจะทำเช่นนั้นนั่นเอง ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเขาจะไม่ได้เดินรอยตามคำสอนเหล่านั้นเต็มร้อยนัก แต่เขาก็เลือกที่จะรับผิดชอบกับการกระทำของเขามากกว่า  (พอลเปลี่ยนมาเป็นคริสเตียนที่ไม่แบ่งนิกายในภายหลัง)

 

 

- สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่คนที่คุณรักมีความสุขและแข็งแรง
ส่วนเรื่องอื่นมันก็แค่ความสุขเพียงชั่วคราวเท่านั้น -

 

พอล วอล์คเกอร์ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงอนาคตไกลที่มีเกียรติศัพท์อันน่าชื่นชมในการอุทิศตนให้กับครอบครัวและคนรัก โดยพอลเคยให้สัมภาษณ์กับ Flaunt Magazine เมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 2001 ไว้ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่คนที่คุณรักมีความสุขและแข็งแรง ส่วนเรื่องอื่นมันก็แค่ความสุขเพียงชั่วคราวเท่านั้น”

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram