5 ปรัชญาชีวิตสุดล้ำลึก บทเรียนจาก The Lion King


 

The Lion King ภาพยนตร์ Live Action ที่ถ่ายทอดมาจากฉบับแอนิเมชั่น ปี 1994 ซึ่งในเวอร์ชั่นเดิมนั้นได้รับเสียงชื่นชมและตราตรึงในความทรงจำคนดูมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากความสนุกสนานของเรื่องราวการผจญภัยและบทเพลงอันไพเราะแล้ว The Lion King ยังสอดแทรกเรื่องราวปรัชญาของชีวิตไว้ ด้วย 

 

 

วันนี้เราขอนำ 5 ประเด็นของ The Lion King ฉบับดั้งเดิม ที่เหมาะแก่การเป็นบทเรียน
เป็นหลักในการดำเนินชีวิต เอามาฝากกัน 

 


• ทุกชีวิตล้วนสัมพันธ์กัน 
ทุกชีวิตล้วนต้องอาศัยพึ่งพากันจึงจะเกิดความสมดุล เราต้องให้เกียรติทุกชีวิตไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คำสอนนี้มาจากตอนที่เจ้าป่ามูฟาซ่า สั่งสอนซิมบ้า โดยยกตัวอย่างว่า แม้สิงโตจะกินละมั่งเป็นอาหาร แต่เมื่อสิงโตตายไปร่างกายก็จะเน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ยในหญ้าให้ละมั่งได้เล็มกิน  ทุกชีวิตย่อมสัมพันธ์กันเป็นวัฏสงสาร หรือที่ต้นเรื่องได้ปูไว้ในเพลง The Circle of Life 

 

• ช่วงชีวิตมีขึ้นมีลงเหมือนพระอาทิตย์ตก
สรรพสิ่งบนโลกไม่มีอะไรที่จะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ ต้องมีวันดับหายไปตามกาลเวลา เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ที่มีขึ้นและมีลงในแต่ละวัน วันไหนที่แสงของอาทิตย์เลือนหายไป ในไม่ช้าก็จะมีแสงแห่งวันใหม่ขึ้นมาทดแทน ข้อคิดนี้ได้มาจากฉากที่เจ้าป่ามูฟาซ่า สอนซิมบ้า

 

• ฮาคูน่า มาทาท่า 
คำนี้เป็นภาษาในแอฟริกาที่แปลว่า อย่ากังวล ซึ่งเป็นปรัชญาที่สองตัวละครคือ ทีโมนกับพุมบ้า ได้ยึดถือและได้ชี้แนะให้กับซิมบ้าได้เรียนรู้ว่า บางครั้งเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นแต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ เพราะฉะนั้นจะกังวลไปทำไม ปล่อยมันไป อย่าเก็บมาคิด ถ้าโลกหันหลังให้กับเรา เราก็ควรหันหลังให้กับโลก...ซึ่งปรัชญานี้ได้กลายมาเป็นเพลงฮิตของเรื่องด้วย 

“ไม่เห็นต้องกังวล  ปล่อยมันไปนะดีแล้ว
เรื่องร้ายไม่เคยมี ท่องไว้ให้ดี ฮาคูน่า มาทาท่า”

 

• อย่าหลงลืมตัวตน ว่าเราเป็นใคร 
ข้อคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อ ลิงเฒ่าราฟิกี้ ได้ตั้งคำถามกับซิมบ้าว่า "เจ้าคือใคร?" แล้วซิมบ้าไม่สามารถตอบคำถามว่าได้ว่าตัวเองคือใคร เพราะได้ทิ้งตัวตนในอดีตไว้ในเบื้องหลังแล้ว ซึ่งราฟิกี้ได้พาซิมบ้ากลับไปพบดวงวิญญาณของมูฟาซ่าที่ได้เตือนสติซิมบ้าว่า จงอย่าลืมตัวตนของตัวเอง มองเข้าไปในตัวตนของเรา จะเห็นว่าเราเป็นมากกว่าที่เราเห็น 

 

• อดีตผ่านไปแล้ว..แต่เราต้องเรียนรู้จากมัน 
ข้อนี้เป็นปรัชญาที่ขัดแย้งกับฮาคูน่า มาทาท่า ที่บอกว่าให้ปล่อยมันไปไม่ต้องไปกังวลเพราะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ลิงเฒ่าราฟิกี้ ได้สอนอีกมุมหนึ่งด้วยการเอาไม้เท้าตีหัวซิมบ้า และสอนว่า อดีตมันเจ็บปวดแต่เราเลือกได้ว่าจะวิ่งหนีจากมันหรือเรียนรู้จากมัน แม้อดีตจะผ่านไปแล้วแต่มันยังทิ้งความเจ็บปวดไว้อยู่ และเราจะกลับไปแก้ไขอะไรมันไม่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากมันเพื่อป้องกันไม่ให้อนาคตมันเกิดปัญหาแบบเดิมอีก 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram