5 หนังรักเพลงเพราะบาดใจ ที่ในชีวิตนี้คุณไม่ควรพลาด

5 หนังรักเพลงเพราะบาดใจ ที่ในชีวิตนี้คุณไม่ควรพลาด 

 

 

กระแสหนังเพลงกำลังมาแรง ความดีงามอย่างหนึ่งที่ช่วยให้หนังประสบความสำเร็จนอกจากพล๊อตที่หวานซึ้งโรแมนติก กินใจคนดูแล้วยังมีเพลงเพราะๆ เรียกได้ว่าหลายเรื่องพอหนังจบ คนดูต้องมาหาเพลงฟังกันต่อเพราะทำนองนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว วันนี้เราเลยขอนำหนังรักเพลงเพราะ 3 เรื่องในตำนานและ 2 เรื่องที่มีคิวจะฉายในเดือนมิถุนายนนี้ 

 

1.Once (2007) ผลงานของ จอห์น คาร์นีย์ 

หนังรักโทนหม่นเคล้าบรรยากาศเสียงกีต้าร์และเปียโน ผ่านเรื่องราวมิตรภาพที่สัมผัสได้ว่ามันคือความรัก เดินเรื่องบนคนสองคนที่ในเรื่องไม่ได้เผยแม้แต่ชื่อตัวละครเอกทั้งสอง ความฝัน ความขมขื่นจากความรักครั้งเก่า อดีตที่ฝังใจ ความเงียบงันของสังคมและฐานะ ทุกสิ่งทุกอย่างผสมกันจนทำให้ Once กลายเป็นหนังรักผสมเพลงที่บาดจิตบาดใจ โดยเฉพาะเพลงธีม Falling Slowly ที่ติดอยู่ในหัวคนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ onceอ าจไม่ใช่รักโรแมนติกแต่ก็ทำให้คนดูมีความสุขและมีรอยยิ้มตลอดเรื่อง จุดจบของเรื่องทำให้เราต้องยิ้มทั้งน้ำตาเพราะความหวานที่เจือรสขมขื่นของหนัง

 

 

2.  Begin Again   (2013) ผลงานของ จอห์น คาร์นีย์ 

เสียงเพลงใน Begin Again เร้าคนดูให้เคลิ้มไปตั้งแต่ต้นเรื่องกับมิตรภาพที่ก่อขึ้นบนบาดแผลแห่งความรักของคนสองคน ซีนที่ทำให้คนดูยิ้มและแอบโยก กระดิกเท้ามากที่สุดคงจะเป็นตอนที่ทั้งแดนและเกรต้า แลกเพลงกันฟังไปพร้อมกันก่อนที่จะเดินรอบเมือง เพลงหลากหลายสไตล์ทั้ง แจ๊ส ร็อคแอนด์โรล ป๊อป ถูกผูกมาเรียงร้อยสร้างบรรยากาศความสุขให้นิวยอร์คอบอวลไปด้วยความสุข “เพลงมันทำให้ภาพธรรมดาๆ เป็นสิ่งที่มีชีวิตชีวา” โปรเจ็กต์ของเกรต้าและแดน กลายเป็นเครื่องเยียวยาให้บาดแผลในหัวใจดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แม้ทั้งสองจะใช้เวลาในการสานโปรเจ็กต์ร่วมกันแต่สิ่งหนึ่งที่ดีมากๆของเรื่องนี้คือทั้งสองไม่ก้าวล้ำไปสู่อารมณ์ที่เกินกว่ามิตรภาพ เพลงธีมที่เพราะติดหูของหนังเรื่องนี้คือ Lost Star ทั้งเวอร์ชั่นของ “อดัม เลอวีน” และ “เคียร่า ไนท์ลี่ย์”

 

 

3.  About time (2013) ผลงานของ ริชาร์ด เคอร์ติส

ผลงานมาสเตอร์พีซของ ริชาร์ด เคอร์ติส หลังจากสร้างปรากฎการณ์ให้คนดูทั่วโลกหัวใจพองโตกับหนังรักอย่าง  Love Actually , Notting Hill  โดย About Time เป็นหนังรักปาฏิหาริย์ที่ทำคนดูตกหลุมรักและต้องเสียน้ำตาในตอนท้ายเรื่อง ว่าด้วยเรื่องความรักของชายคนหนึ่งที่สามารถย้อนเวลาได้ การใช้ีชีวิต การจีบสาว ความรัก ครอบครัว การสูญเสีย และการตั้งคำถามกับคนดูว่า หากสามารถย้อนเวลาได้จะทำอย่างไร   เพลงของหนังเรื่องนี้ที่เด่นๆคือ How long will i love you , The Luckiest 

 

 

4. Me Before You (2016)

หนังโรแมนติกดราม่าว่าด้วย ความรักของ ลูอิซ่า “ลู” คลาร์ก (คลาร์ก)  สาววัย 26 ผู้มีความคิดสร้างสรรค์สดใสต้องเปลี่ยนงานจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งเพื่อดูแลครอบครัวที่ฐานะไม่ค่อยดี ความมองโลกแง่ดีของเธอทำให้ต้องพบกับบททดสอบ เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการทำงานใหม่ของเธอ เธอได้งานที่ปราสาทท้องถิ่น โดยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและเพื่อนของวิล เทรย์นอร์ (คลาฟลิน) เศรษฐีแบงค์หนุ่มที่ต้องอยู่บนรถเข็นจากอุบัติเหตุเมื่อ 2 ปีก่อนจนโลกของเขาต้องเปลี่ยนไปในพริบตา เขาไม่รักการผจญภัยอีกต่อไป ตอนนี้วิลรู้สึกท้อแท้ในชีวิต   จนกระทั่งลูมุ่งมั่นที่จะทำให้เขาเห็นว่าการมีชีวิตอยู่คือสิ่งล้ำค่า พวกเขาได้พบกับเรื่องตื่นเต้นต่างๆ ไปด้วยกัน ลูและวิลได้อะไรมากกว่าที่เดิมพันไว้ เพราะพวกเขาได้พบกับชีวิตและจิตวิญญาณที่เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่มีใครคาดฝัน ภาพยนตร์สร้างจากหนังสือชื่อเดียวกันเล่นเอาคนดูน้ำตาแตกเมื่อบนเพลงเฟดขึ้นมา Not to day ของวง Imagine Dragons และเพลง photograph ของ  ed sheeran

 

5. Sing Street ผลงานของ จอห์น คาร์นีย์  อีกแล้ว!!

การสร้างความประทับใจจาก Once และ Begin Again ของจอห์น คาร์นีย์ นำมาสู่หนังเพลงเรื่องใหม่ที่ให้อารมณ์ความรักวัยรุ่นมากขึ้นกว่าเดิม โดยเป็นเรื่องราวของ เด็กหนุ่มจากเมืองดับบลิน ที่ได้พบกับหญิงสาวสุดสวย และเพื่อพิชิตใจสาวคนนี้เขาจึงได้เริ่มตั้­งวงดนตรี แต่งเพลง ถ่ายมิวสิควีดีโอ เพื่อถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกที่เขามี­ให้ต่อเธอ กำหนดฉาย 30 มิถุนายน โดยเพลงเด่นของหนังได้อดัม เลอวีน มาร้องให้ชื่อเพลง Go Now ซึ่งคาดว่าเพลงนี้จะโด่งดังกับคราวของ  Lost Star เลยทีเดียว 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram