5 หนังพล็อตล้ำ เล่นกับประเด็น ดิสโทเปีย แนวคิดสังคมในจินตนาการ ที่เต็มไปด้วยกฎ!!

5 หนังพล็อตล้ำ เล่นกับประเด็น ดิสโทเปีย แนวคิดสังคมในจินตนาการ ที่เต็มไปด้วยกฎ!!

 

ดิสโทเปีย dystopia เป็นสังคมในจินตนาการที่มีสภาพการควบคุมทางสังคมที่เข้มงวด รุนแรง เด็ดขาด ปัจจุบันมีหนังหลายเรื่องนำแนวคิดนี้มาใช้ในการดำเนินเรื่อง เช่น การวางพล็อตไว้ว่า ถ้าหากวางเงื่อนไขแบบนี้ไว้ในสังคมจะได้ผลกลับมาอย่างไร และประชากรที่อยู่ภายใต้สังคมแบบดิสโทเปียที่ถูกเซ็ตไว้จะดำรงชีวิตอย่างไร ในขณะที่หนังมักจะวางไว้ให้มีตัวละครหลักที่ตั้งคำถามหรือมีปัญหากับกฎบ้าๆของดิสโทเปียอยู่เสมอ หนังส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับดิสโทเปีย มักจะฉายให้เห็นภาพของเผด็จการและอำนาจเบ็ดเสร็จ วันนี้เราขอพาทุกคนมาดูกันว่า หนังเรื่องไหนเล่นกับประเด็นนี้บ้าง

 

ดิสโทเปีย ใน Maze Runner 
ภาพยนตร์เรื่องนี้คุมธีมเรื่องด้วยความเป็นดิสโทเปีย คือการสร้างโลกใหม่ที่พัฒนาไปทางใดทางหนึ่งอย่างสุดโต่ง เป็นสังคมจำลองที่ทำให้เราเห็นว่าหากมันเป็นอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น โดย Maze Runner สร้างสังคมในทุ่งกว้างที่ปราศจากไฟฟ้า เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นสังคมที่มีแต่ผู้ชาย เอาตัวรอดด้วยตัวเอง ไม่มีเพศหญิงมาเป็นผู้ปรนนิบัติหรือคอยทำอาหาร ทำงานบ้านให้ โดยที่สังคมดังกล่าวถูกควบคุมจากภายนอกอีกครั้ง ด้วยการส่งกล่องปริศนาเข้ามา พร้อมกับมีเขาวงกตเป็นกำแพงกั้นให้ทุกคนอยู่ในกรอบที่ถูกสร้างขึ้นมา สังคมในทุ่งมีกฎเกณฑ์เป็นกรอบปฏิบัติ คนที่มาทีหลังต้องเชื่อฟังหัวหน้ากลุ่มที่เป็นคนอยู่มาก่อน มีผู้ดูแล มีบทลงโทษ เพื่อการอยู่ร่วมกัน หากรักตัวกลัวตายจงอย่าแหกกฎและทำหน้าที่ของตนไป เหมือนว่า เชื่อผู้ใหญ่เถอะเพราะพวกเขาผ่านมันมาก่อน ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาอาจไม่ได้ผ่านอะไรมาเลยก็ได้ ในขณะที่ภารกิจของการหาทางออกจากวงกต เป็นของ นักวิ่งเท่านั้น คนที่ไม่ได้เป็นห้ามเข้าไปในวงกตเด็ดขาด การมาถึงของโทมัส เปรียบเสมือนการส่งคนหัวดื้อเข้าไปในสังคม เขาเต็มไปด้วยการตั้งคำถาม การแหกกฎและความกล้าที่ต่างจากตัวละครอื่น หากยังจำได้ โทมัสเป็นคนที่พุ่งตัวเข้าไปช่วยนักวิ่งในเขาวงกตจนต้องติดอยู่ภายในนั้นข้ามคืน จนเขารอดออกมาได้ โทมัสยังต้องถูกพิพากษาจากการละเมิดกฎของชาวทุ่ง แม้สิ่งที่เขาทำจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรมแต่เป็นการผิดกฎมหันต์  สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กฎระเบียบในสังคมดังกล่าวเป็นกรอบบังคับศีลธรรมตามไปด้วย หากศีลธรรมเป็นสิ่งละเมิดกฎนั่นก็หมายถึงมันเป็นความผิดและสิ่งต้องห้ามในสังคมนี้

 

ดิสโทเปีย ใน Allegiant  
ภาพยนตร์เรื่องนี้คุมธีมเรื่องด้วยความเป็นดิสโทเปีย คือการสร้างโลกใหม่ที่พัฒนาไปทางใดทางหนึ่งอย่างสุดโต่ง เป็นสังคมจำลองที่ทำให้เราเห็นว่าหากมันเป็นอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น โดย Allegiant  สร้างสังคมที่อยู่ภายหลังกำแพงยักษ์ที่กั้นกับโลกข้างนอก ซึ่งในกำแพงก็มีสังคมจำลองที่ถูกจำกัดด้วยระบบกลุ่ม 5 กลุ่ม ด้วยการแบ่งคนประเภทต่างๆ  คละผู้หญิงและผู้ชาย โดยหารู้ไม่ว่าชิคาโก้ในกำแพงนั้นไม่ใช่โลกทั้งหมด แถมพลเมืองในนั้นยังถูกสอดแนมและควบคุมจากคนนอกกำแพงอีกด้วย  ซึ่งตัวกำแพงเองก็เป็นสัญญะแทนกฎเกณฑ์ของสังคมที่ไม่มีใครกล้าก้าวข้าม  ในซากปรักหักพังของสังคมชิคาโก้ มีกฎเกณฑ์เป็นกรอบปฏิบัติ ต้องเชื่อฟังหัวหน้ากลุ่ม มีผู้ดูแล มีบทลงโทษ เพื่อการอยู่ร่วมกัน หากรักตัวกลัวตายจงอย่าแหกกฎและทำหน้าที่ของตนไป  ในขณะที่ทริซ สาวผู้ไม่ยอมอยู่ใต้กฎกลุ่มและพยายามจะออกจากกำแพงเปรียบเสมือนคนขบถในสังคมที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถาม การแหกกฎและความกล้าที่ต่างจากตัวละครอื่น แม้บางอย่างหากคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมีศีลธรรม แต่หากศีลธรรมนั้นขัดกับกรอบและวิถีกฎหมู่ในสังคมกำแพงก็อาจจะไม่ได้รับการยอมรับก็เป็นไปได้ 

 

ดิสโทเปีย ใน The Hunger Games
ว่าด้วยเรื่องราวของประเทศสมมตินามว่า พาเน็ม ซึ่งแบ่งเขตการปกครองเป็น 13 เขต โดยมีศูนย์กลางของอำนาจอยู่ที่แคปปิตอล ซึ่งวันหนึ่งเกิดการกบฎของเขต 13 ทำให้แคปปิตอลต้องทำลายเขตนั้นจนสูญสลายไป และใช้วิธีการกำราบอีก 12 เขตที่เหลือด้วยการจัดเกมล่าชีวิตเพื่อเป็นการเตือนใจให้ทุกคนภายใต้การปกครองของแคปปิตอลได้ตระหนักรู้ถึงอำนาจที่สามารถควบคุมพวกเขาได้ โดยกฎของเกมล่าชีวิตคือแต่ละเขตจะต้องส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันฆ่ากันเองจนเหลือผู้อยู่รอดเพียงคนเดียว โดยเรื่องราวพลิกผันเริ่มขึ้นเมื่อ แคตนิส เอฟเวอร์ดีนและพีต้า เมลลาร์ค ได้เป็นตัวแทนเขตที่ 12 เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมเย้ยกฎของแคปปิตอลจนทำให้มีผู้ชนะในเกมถึง 2 คน  หลังจากเกมครั้งนั้นกลายเป็นสัญญาณส่งถึงคนในพาเน็มได้รับรู้ว่า พวกเขามีโอกาสต่อรองอำนาจกับแคปปิตอล รวมถึงมีความหวังที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการแห่งอำนาจ
ใน The Hunger Games สะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเกี่ยวกับสงครามสื่อที่แต่ละฝ่ายใช้ปลุกระดมและสร้างความชวนเชื่อให้แก่คนในสังคม โดยที่แคปปิตอล ก็มีการออกแถลงการณ์ผ่านทางแคปปิตอลทีวีเพื่อสร้างความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแคปปิตอลเอง ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งใช้แคตนิส เป็นสัญลักษณ์ม็อคกิ้งเจย์ นกแห่งความหวังเพื่อเป็นตัวเชื่อมสื่อไปยังมวลชนที่อยู่ในพาเน็ม โดยมีการเผยให้เห็นขั้นตอนการถ่ายทำโฆษณาที่จะถูกส่งไปยังเขตต่างๆ ที่สร้างความหวังให้กับคนในพาเน็มและหันเข้ามาร่วมต่อต้านแคปปิตอลมากขึ้น 

 

ดิสโทเปีย ใน The Purge 

ได้เล่าถึงความเป็น อเมริกาใหม่ ที่ซึ่งหลังจากเกิดความไม่สงบในสังคมหลายปี  อัตราการว่างงานอยู่ที่หนึ่งเปอร์เซ็นต์และอัตราความยากจนก็ต่ำกว่าห้าเปอร์เซ็นต์อย่างต่อเนื่อง ไม่มีรัฐบาลอย่างที่รู้จักอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้ปกครองใหม่ นิว ฟาวเดอร์ ออฟ อเมริกา (เอ็นเอฟเอ) ได้แก้ปัญหาน่าปวดหัวในการรับมือกับความรุนแรงและความขุ่นข้องหมองใจด้วยการประกาศให้มีค่ำคืนหนึ่งในแต่ละปี ที่จะเป็นอิสระจากตัวตนของตัวเองและประกอบอาชญากรรมใดๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องรับโทษ เอ็นเอฟเอได้ผลักดันร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่ 28 เพื่อบัญญัติถึงสิทธิของชาวอเมริกันทุกคนในการเข้าร่วมพิธีชำระล้างบาปประจำปี ในแต่ละปี ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 21 มีนาคม จนถึง 7.00 น. ของวันที่ 22 มีนาคม ความโกลาหลจะครองเมือง และเราก็จะได้รับการชำระล้างบาป ดิสโทเปีย ใน The Purge ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า หากสามารถทำอะไรก็ได้ในหนึ่งคืนที่ไร้กฎหมาย คุณจะทำอะไร ช่วยเหลือใคร หรือ จะรับมือกับสังคมอันป่าเถื่อนนี้ได้อย่างไร ?? 

 

ดิสโทเปีย ใน WHAT HAPPENED TO MONDAY?

เมื่ออนาคตอันใกล้โลกต้องเผชิญวิกฤตประชากรล้นโลก รัฐบาลออกออกกฏบุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัวซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดแต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งกลับมีบุตรสาวเป็นแฝด 7 ซึ่งถูกตั้งชื่อตามวันในสัปดาห์ พวกเธอต้องซ่อนตัวไม่ให้โลกรู้และแต่ละคนจะได้ออกไปโลกภายนอกตามวันในชื่อของตัวเองเท่านั้น ...แต่แล้ววันหนึ่ง มันเดย์ พี่สาวคนโต ออกจากบ้านไปและไม่เคยกลับมา จุดชนวนการไล่ล่าที่เอาชีวิตของทั้ง 7 สาวเป็นเดิมพัน ความน่าสนใจของ WHAT HAPPENED TO MONDAY? อยู่ตรงที่ในอนาคตอันใกล้นี้ โลกของเราจะต้องเผชิญกับปัญหานี้แน่นอนและที่ส่งผลตามมาคือการขาดแคลนทรัพยากร การแย่งกันกินกันใช้ของประชากร ถึงวันนั้นเราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไรเพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram