20 เกร็ดน่ารู้ จากภาพยนตร์ฟีเวอร์กระแสแรงที่สุดแห่งทศวรรษ!! “ The Hunger Games”

 20 เกร็ดน่ารู้ จากภาพยนตร์ฟีเวอร์กระแสแรงที่สุดแห่งทศวรรษ!!
The Hunger Games

 

 

1.จีน่า มาโลน ได้เคยให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจที่มีต่อ The Hunger Games ว่า "ถ้าฉันได้รับเงินค่าจ้างแค่ 15 ดอลล่าร์ ฉันก็จะยังขอแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ดี ฉันอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งใน เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ มาตลอดอยู่แล้ว"
2. การออกแบบขบวนพาเหรดของเครื่องบรรณาการ (The Tribute Parade) นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากในสมัยยุคโรมันดังจะเห็นได้จาก มีการส่งตัวนักรบเพื่อเตรียมเข้าประลอง และ รถม้าแข่ง
3. การดีไซน์ภาพเมืองของเขต 12 อุตสาหกรรม (เหมืองถ่าน) นั้น ทางทีมงานได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านเฮนรี่ ริเวอร์ มิลล์ ในช่วงปีค.ศ. 1920 – 1940 ซึ่งเป็นสถานที่ที่บ้านเรือนและโรงงานนั้นถูกทิ้งร้าง
4. การดีไซน์ชุดเครื่องแต่งกายของผู้คนในเขต 12 ทางฝ่ายคอสตูมดีไซน์ได้ค้นคว้าข้อมูลรูปภาพ และนำต้นแบบมาจากเหมืองถ่านหินเก่าในช่วงปีค.ศ. 1900 - 1950

 

 

5.'เอฟฟี่ ทรินเกต' เป็นตัวละครที่มีนัยยะสื่อถึงความเป็น ‘อมตะ’ ดังจะเห็นได้จาก การมีผิวขาวเรียบเนียน เล็บสีสันสดใส และเครื่องแต่งกายอันมีเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา
6. ชุดแต่งงานของแคทนิสในภาค Catching Fire มีน้ำกว่ากว่า 30 ปอนด์ (ประมาณ 9 กิโลกรัม)
7. แมนชั่นของประธานาธิบดีสโนว์ในภาค Catching Fire นั้นถ่ายทำกันที่แมนชั่น ‘The Swan House’ ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แลนด์มาร์คสำคัญในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย
8. การแข่งขันฮังเกอร์เกมส์ครั้งพิเศษ ‘ควอเตอร์เควล’ ในภาค Catching Fire นั้น ส่วนใหญ่ใช้สถานที่ถ่ายทำกันบนเกาะโอวาฮู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของฮาวาย
9. ได้โปรดอย่าเรียกมันว่า “หน้าไม้” ... อย่างที่ทราบกันดีว่า อาวุธหลักของ “แคทนิส เอเวอร์ดีน” นั้นคือ ‘คันธนู’ (Bow) แต่ใครหลายคนก็มักจะยังเผลอไปเรียกมันว่า ‘หน้าไม้’ (Crossbow) อยู่ดี
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ จึงได้กล่าวติดตลกว่า “ก่อนอื่นเลยมันไม่ใช่หน้าไม้นะ มันคือคันธนูต่างหาก สำหรับฉันน่ะหน้าไม้มันง่ายดายเกินไป เพียงแค่เหนี่ยวไกแล้วทุกอย่างก็จบเท่านั้นเอง แต่สำหรับการใช้คันธนู ฉันใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่นานหลายเดือนเลยนะ ได้โปรดเห็นใจฉันเถอะ (หัวเราะ)”
10. ทีมงานใช้กุหลาบขาวจำนวนกว่า 12,000 ดอก (จากประธานาธิบดีสโนว์) สำหรับถ่ายทำฉากหนึ่งของเขต 13 ใน Mockingjay Part 1

 

 

11. เป็นที่แน่นอนว่า ฉากการเผชิญหน้ากับดักหฤโหดหรือ พ็อดส์ (Pods) นั้นเป็นฉากที่ต้องมีการใช้วิชวลเอฟเฟคหลายช็อตและมีความท้าทายด้านการถ่ายทำเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้กำกับ ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ และมือตัดต่อจึงเริ่มต้นทำงานล่วงหน้ากับฉากนี้ไปบางส่วนตั้งแต่ Mockingjay Part 1 ยังไม่ได้เข้าฉายเลยด้วยซ้ำ

12. มีนักแสดงจากซีรี่ย์สุดฮิต Game of Thrones มาร่วมแสดงใน Mockingjay Part 2 ถึง 2 คน ได้แก่ นาตาลี ดอร์มเมอร์ ในบทบาทของ เครสสิด้า และ เกวนเดอลีน คริสตี้ ในบทบาทของ ผู้บังคับบัญชาลัยม์
13. หลายๆ ฉากของ แคปิตอล ใน Mockingjay Part 2 นั้น ทีมงานได้เดินทางไปถ่ายทำกันในปารีสและเบอร์ลิน
14. มีนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ถึง 3 คนที่ได้มาร่วมแสดงด้วยกันใน Mockingjay Part 2 ได้แก่ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Silver Linings Playbook), จูเลี่ยน มัวร์ (นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Still Alice) และ ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน (นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Capote)
15. จากการตัดต่อในร่างแรกของ Mockingjay Part 2 นั้น ตัวหนังจะมีความยาวถึง 171 นาที อย่างไรก็ตามในฉบับสมบูรณ์สุดท้ายที่จะฉายให้ได้ชมกันนั้นจะมีความยาวคือ 137 นาที
16.อลิซาเบธ แบงค์ส เผยว่าตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากขณะถ่ายทำ Mockingjay Part 2 สาเหตุก็เป็นเพราะว่า ในภาคนี้ตัวละคร 'เอฟฟี่ ทรินเกต' ของเธอนั้นจะได้กลับมาสวมใส่ชุดคอสตูมสวยสง่าพร้อมกับเมคอัพจัดเต็มเหมือนอย่างในสองภาคแรก

 

 

17. คำพูดประโยคแรกอย่างเป็นทางการที่เราได้ยินจากภาค Mockingjay Part 2 คือจากประโยคของแคทนิสที่พูดว่า “Tonight, turn your weapons to the Capitol!” ซึ่งสุดท้ายก็ได้กลายเป็นประโยคเด่นไปแล้วในที่สุด 
18.“พีต้า เมลลาร์ก” กลับมาแล้ว! ใน Mockingjay Part 2 เรียกว่าน่าจะทำให้แฟน ๆ หายคิดถึงได้ไม่น้อย ... ‘จอช ฮัทเชอร์สัน’ ได้ให้สัมภาษณ์ภายในงานว่า “มันต้องใช้ระยะเวลานานเหมือนกันครับกับการที่ตัวละครอย่าง พีต้า เมลลาร์ก จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง (จากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว) ในภาคใหม่หลายๆ คนพยายามช่วยเหลือและฟื้นฟูร่างกายของพีต้าให้กลับมาเป็นอย่างที่ควรจะเป็นอีกครั้ง ... ผมต้องขอกำลังใจจากแฟนๆ อย่างพวกคุณให้เอาใจช่วยแล้วล่ะ”
19.เลียม เฮมเวิร์ธ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ถึง Mockingjay Part 2 เอาไว้ว่า “นี่อาจจะเป็นภาคที่ดีที่สุดของเฟรนไชส์ เตรียมพบกับฉากแอคชั่นที่ใส่มาไม่ยั้งได้เลย”
20. เตรียมเสียน้ำตาให้กับบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ... “เราทั้งหมดต่างหวังว่าจะมีหนังสือทั้งหมด 7 – 8 เล่ม ไม่ใช่จบเพียงแค่ 3 เล่ม” – นิน่า จาคอบสัน ผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์ชุดนี้กล่าว “มันคือบทสรุปของเรื่องราวที่ตรึงอารมณ์เป็นอย่างมาก และเราก็ต้องการจะนำเสนอตรงจุดนี้ออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่ม”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram