10 ปี รักแห่งสยาม เมื่อเราเติบโตขึ้น ในวันที่หากมีรักยังมีความหวัง

10 ปี รักแห่งสยาม
เมื่อเราเติบโตขึ้น ในวันที่หากมีรักยังมีความหวัง

 

 

รักแห่งสยาม ภาพยนตร์โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ออกฉายในปี 2550 จากวันนั้น จนถึงวันนี้ นับเป็นเวลาครบ 10 ปีที่แฟนหนังได้รู้จักกับเรื่องราวของตัวละคร มิว โต้ง รวมถึงบทเพลงกันและกัน ที่มักจะถูกพัดมาพร้อมช่วงเวลาของฤดูหนาวและคริสมาสต์ ด้วยความรฦกถึง รักแห่งสยาม ในวันที่เราในฐานะคนดูเติบโตขึ้น การกลับมาเขียนถึง รักแห่งสยาม ในวันนี้ จึงทำให้เรามีมุมมองต่อหนังที่เปลี่ยนไปทั้งในแง่ของความรู้สึก อารมณ์ และ ความสุขใจ

 

เมื่อรักทำให้บางคนผิดหวัง...


10ปีที่แล้ว...รักแห่งสยามในวันที่เราเป็นวัยรุ่น เรามองเห็นสารเดียวของหนังนั่นคือ ‘ความรักวัยรุ่น’ ซึ่งก็ตรงกับช่วงของวัยรุ่นที่โฟกัสไปที่ประเด็นนั้น แม้หนังจะสื่อสารกับคนดูจากตัวอย่างที่ตัดออกมาเหมือนหนังรักวัยรุ่นทั่วไป แต่กลับหักใจคนดูด้วยการทำให้หนังมีรสชาติของความรักแตกต่างไป นั่นคือ การนำตัวละคร ‘ชายรักชาย’ ขึ้นสู่จอภาพยนตร์ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในตัวอย่างหนังไม่มีวี่แววว่าจะเนื้อหาแบบนี้มาก่อน การดึงคนมาดูด้วยตัวอย่างว่าเป็นหนังรักโรแมนติก ทำให้ความเห็นของผู้ชมในช่วงเวลานั้นแตกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน

คนดูที่หวังว่าจะได้ดูหนังรักชายหญิงโรแมนติก แน่นอนพวกเขาผิดหวัง บางส่วนยังคงมีอคติกับหนังเรื่องนี้และตีตราให้มันเป็นหนังเกย์ทั่วไป โดยที่ไม่ได้สนใจในเนื้อหาอื่นที่หนังต้องการนำเสนอ และไม่คิดจะกลับไปดูมันอีกด้วยความสะอิดสะเอียน รับไม่ได้กับความรักที่พวกเขามองว่าผิดธรรมชาติ แต่อีกฝั่งคือ คนดูที่เปิดใจยอมรับในสิ่งที่เห็น พวกเขาได้รับความสุขใจและบทเรียนที่รักแห่งสยามมอบให้


ถึงแม้จะมีบางคนผิดหวังกับรักแห่งสยามและตราหน้าว่ามันคือหนังรักของพวกเกย์ แต่ในอีกมุมหนึ่งหนังกลับเข้าไปอยู่ในใจคนดูที่รักมัน ทุกเพศแบบไม่แบ่งแยก ไม่ว่า ชาย หญิง เพศทางเลือก 10 ปีที่ผ่านมา รักแห่งสยาม เป็นอีกหนึ่งเส้นทางหนังที่พิสูจน์ตัวเองว่า หนังรักที่มีคุณค่าให้กับคนดู เป็นอย่างไร

 

มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย…

รักแห่งสยามถูกฉาบด้วยภาพของหนังรักวัยรุ่น แต่หากมองให้ลึกลงไปในหนังชี้ให้เราเห็นความจริงในความรักหลายแง่มุม ความรักต่างเพศ ความรักในเพศเดียวกัน ความรักระหว่างพี่น้อง ความรักระหว่างเพื่อน ปัญหาความเข้าใจของคนในครอบครัว การยอมรับความจริง การดูแลกันและกัน การรอคอย ความหวัง เส้นทางชีวิตสูตรสำเร็จที่ถูกคนในครอบครัวคาดหวังและอยากให้เป็น ความสูญเสียการจากลา

รวมถึงการแบกรับปัญหาภายในใจที่รอวันได้รับการปล่อยวาง สิ่งที่หนังสะท้อนล้วนแต่คือความจริงที่เราพบเจอในชีวิต เราจะได้รับรู้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิตแต่ของแต่ละคนดู บางครั้งการดูซ้ำๆ หรือเปลี่ยนช่วงเวลาในการดูก็ทำให้เราเห็นมุมมองอื่นเปลี่ยนไปจากเดิม หนังได้มอบบทเรียนให้กับคนดูและมันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากที่ รักแห่งสยามจะสร้างการตีความในแง่คิดปรัชญาของชีวิตว่าด้วยความรักได้อย่างหลากหลายและไม่รู้จบจริงๆ

 

ขอบคุณกันและกัน...

สำหรับเราวันเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การย้อนกลับไปดูรักแห่งสยามสร้างความรู้สึกดีๆทุกครั้ง บางช่วงเวลาหนังให้คำตอบกับช่วงชีวิตที่กำลังหาหนทางจนทำให้อยากกล่าวคำขอบคุณ ขอบคุณตัวละคร และเรื่องราวที่น่าประทับใจ ความทรงจำดีๆของหนังไทยเรื่องหนึ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ได้นึกถึงในช่วงเดือนธันวาฯ ขอบคุณที่บางครั้งหนังช่วยดึงสติในช่วงของวันเวลาที่หม่นมอง ให้เราได้พบและเฝ้ารออย่างมีหวังจริงๆ


"...เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน
ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์..."

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram