10หนังเพลงแนวมิวสิคัล คลาสสิคยอดเยี่ยมตลอดกาล

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่และต้อนรับการเข้าฉายของภาพยนตร์เพลง LA LA LAND ซึ่งเหล่านักวิจารณ์ยกให้เป็นหนังมิวสิคัลแห่งยุคใหม่ที่จะสานต่อความคลาสสิคต่อไปในอนาคต เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์เลยขอพาทุกคนมาพบกับภาพยนตร์เพลงระดับตำนานของโลกเผื่อใครที่สนใจหนังแนวนี้จะหยิบมาดู ก่อนที่จะไปร่วมร้องเพลงในนครดารา LA LA LAND 

 

• Singin'  in the rain ภาพยนตร์เพลงในปี 1952 ขึ้นแท่นเป็นหนังแนวมิวสิคัลในดวงใจของคนทั่วโลกจากการแสดงของ Gene Kelly ,Donald O'Connor, Debbie Reynolds เรื่องราวความรักระหว่างนักแสดงหนุ่มกับสาวนักเต้นที่มีเสียงเพลงเป็นตัวดำเนินเรื่องด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนาน โดยฉากคลาสสิคหนึ่งที่กลายเป็นฉากระดับตำนานของโลกภาพยนตร์ไปแล้ว คือ ฉากที่พระเอกยืนร้องเพลงท่ามกลางสายฝนพร้อมกับโหนเสาไฟ วาดลวดลายบนน้ำขังอย่างร่าเริง 

 

• West Side Story ภาพยนตร์เพลงในปี 1961 เป็นการนำโรมิโอ แอนด์ จูเลียต มาบอกเล่าในสไตล์อเมริกา  ความรักของหนุ่มสาวที่อยู่ในกลุ่มซึ่งเป็นศัตรูกัน ฉากสุดคลาสสิคของเรื่องนี้คือตอนที่พระเอกปีนขึ้นไประเบียงห้องของนางเอกแล้วร้องเพลงรักพร้อมกัน รวมถึงฉากจบที่แสนสะเทือนใจ 

 

• the sound of music ภาพยนตร์เพลงในปี 1965 สร้างจากมิวสิคัลของ  Richard Rodgers & Oscar Hammerstein II เรื่องจริงของครอบครัวกัปตันวอนทรัปป์ ที่ต้องอพยพภัยนาซีจากออสเตรียไปสู่แผ่นดินใหม่ โดยมี มาเรีย แม่ชีที่ถูกส่งมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก 7 คนของกัปตัน หนังเรื่องนี้มีความสนุกตรงบทเพลงที่ดำเนินเรื่อง ในส่วนท้ายของหนังยังแทรกเรื่องสงครามและสำนึกรักบ้านเกิดด้วย ฉากคลาสสิคของ the sound of music คือฉากที่ จูลี่ แอนดรูว์  ร้องเพลงหมุนตัวท่ามกลางทุ่งหญ้าของขุนเขาแอลป์ 

 

• The Wizard of Oz ภาพยนตร์เพลงแนวแฟนตาซีในปี 1939 จากผลงานการกำกับของ Victor Fleming ถือว่าเป็นหนังเพลงแฟนตาซียุคแรกๆที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูทั่วโลก ซึ่งมีบทเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้คือ Somewhere Over the Rainbow ขับร้อง Judy Garland 

 

• Hedwig and the Angry Inch ภาพยนตร์เพลงในปี 2001 เป็นหนังเพลงแกลมร็อคที่เล่าเรื่องเพศผ่านเสียงเพลงได้อย่างจัดจ้านและประเด็นให้ตีความในแง่มุมของความรักบนความแตกต่าง การตามหาครึ่งหนึ่งที่หายไป รวมถึงเพศสภาพบนความเปลี่ยนแปลงของทัศนคติผู้คน โดย     John Cameron Mitchell เป็นผู้กำกับ เขียนบท และแสดง เป็นตัวละครนำของเรื่องที่ชื่อ เฮดวิก  หนังคว้ารางวัลในเทศกาลหนังทั่วโลก  

 

• RENT ภาพยนตร์เพลงในปี 2005 จากละครเวทีสุดโด่งดังของ โจนาธาน ลาร์สัน เรื่องราวที่สะท้อนสังคมที่เต็มไปด้วยความแออัด โรคร้าย ความหลากหลายทางเพศในมหานครนิวยอร์ค สอดแทรก ปรัชญาชีวิต และการอยู่กับปัจจุบัน มีเพลงนำภาพยนตร์ที่ไพเราะมาก คือ Season of love 

 

• The Phantom of the Opera  หนังเพลงในปี 2004 สร้างมิวสิคัลระดับตำนานของโลก ผลงานสร้างโดย แอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ ซึ่งเป็นผู้สร้างละครเวทีด้วย ความโดดเด่นของมิวสิคัลเรื่องนี้คือการผสมผสานบทเพลงของคลาสสิค โอเปร่า ร็อค และมิวสิคัลเข้าด้วยกันผ่านเรื่องราวโศกนาฏกรรม และงานฉากที่อลังการมากถึงมากที่สุด เหมือนพาเราหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง  เพลงติดหูคือ Music of the night , Phantom of the opera ,think of me แม้เวอร์ชั่นหนังจะได้รับกระแสในแง่ลบก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นงานสร้างหนังมิวสิคัลที่น่าจดจำอีกเรื่องหนึ่งในวงการภาพยนตร์ 

 

• Once ภาพยนตร์ปี 2007  เคล้าบรรยากาศเสียงกีต้าร์และเปียโน ผ่านเรื่องราวมิตรภาพที่สัมผัสได้ว่ามันคือความรัก เดินเรื่องบนคนสองคนที่ในเรื่องไม่ได้เผยแม้แต่ชื่อตัวละครเอกทั้งสอง ความฝัน ความขมขื่นจากความรักครั้งเก่า อดีตที่ฝังใจ ความเงียบงันของสังคมและฐานะ  ความโด่งดังของ Once ถูกนำไปสร้างต่อบนละครเพลง จนสามารถคว้ารางวัลโทนีอวอร์ดสูงสุดถึง 8 รางวัล

 

• Les Miserables   มิวสิคัลที่เล่นต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ถือเป็นละครเวทีอันดับ 1  ของโลก ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เพลงในปี 2012  หนังสะท้อนจิตใจมนุษย์ ความยุติธรรมของสังคม และโลกในยุคปฏิวัติ   โดยเพลงเด่นของ Les Mis คือ i dream a dreamed, On my own , Bring him home และ Do you hear the people sing ซึ่งเพลงหลังได้กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ของขบวนการปฏิวัติทั่วโลก

 

• Miss Saigon  Live Performance  บันทึกการแสดงสดของละครเวทีถ่ายทอดโศกนาฏกรรมความรักท่ามกลางสมรภูมิสงครามเวียดนามก่อนเมืองไซง่อนจะแตก สร้างความสะเทือนใจให้กับคนดูทั่วโลกและแจ้งเกิดให้กับ Lea Salonga ในบทของคิม ความโดดเด่นของ Miss Saigon คือเพลงที่ไพเราะและงานฉากที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนดู เราจะได้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดกลางเวทีลำเลียงคนอพยพออกจาเมือง รวมถึงประเด็นความรักที่แม่มีต่อลูกด้วย

 

 • LA LA LAND  ภาพยนตร์โรแมนติก-มิวสิคัลเรื่องราวการเดินทางไขว่คว้าฝัน บนเส้นทางคู่ขนานกับความรักของนักเปียโนหนุ่ม (ไรอัน กอสลิ่ง) และนักแสดงสาวสมัครเล่น (เอมมา สโตน) ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ Whiplash ที่กำลังเร่งเครื่องสร้างกระแสชื่นชมจากกลุ่มนักวิจารณ์-สื่อรายใหญ่ และคว้าชัยบนเวทีรางวัลสำคัญๆ เป็นภาพยนตร์ที่เจิดจรัสที่สุดบน 2 เวทีรางวัลใหญ่อย่าง รางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Awards - โกลเด้น โกลบ อวอร์ดส์) พร้อมกับ สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ (Critics' Choice Awards - คริติกส์ ชอยส์ อวอร์ดส์) ซึ่งถือเป็นสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดยในส่วนของเวที ลูกโลกทองคำ (Golden Globe Awards - โกลเด้น โกลบ อวอร์ดส์) LA LA LAND (ลา ลา แลนด์) ได้ผงาดเข้าชิงถึง 7 รางวัลใหญ่อันนับได้ว่าเป็นจำนวนการคว้ารางวัลสูงสุด ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ตลก/มิวสิคัล), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เอมม่า สโตน - ตลก/มิวสิคัล), นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ไรอัน กอสลิ่ง - ตลก/มิวสิคัล), ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และ เพลงประกอบยอดเยี่ยม (“City of Stars”) ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากที่สุดปีนี้

สำหรับทางฝั่งของเวที สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ (Critics' Choice Awards - คริติกส์ ชอยส์ อวอร์ดส์) LA LA LAND สามารถคว้ารางวัลสูงสุดไปถึง 8 สาขา เหนือภาพยนตร์ทุกเรื่อง ประกอบด้วย รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม (“City of Stars”) และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

สำหรับคอหนังเมืองไทยเตรียมตัวตอบรับกระแสความแรงของ “LA LA LAND (ลา ลา แลนด์) นครดารา” ก่อนใครตั้งแต่ 29 ธันวาคมนี้ รอบ 2 ทุ่มเป็นต้นไป และมีกำหนดฉายจริง 12 มกราคม 2017

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram