10 หนังเปิดตัวแรงสุดในรอบ 10 ปี! แค่สามวันแรกก็ดังเปรี้ยงปร้างแล้ว

10 หนังเปิดตัวแรงสุดในรอบ 10 ปี!
แค่สามวันแรกก็ดังเปรี้ยงปร้างแล้ว

 

โดย Aye, Ms. You

 

เมื่อปี 2016 ผ่านไป ก็ได้เวลาย้อนดูกันหน่อยว่าปีที่ผ่านมา หนังอะไรเปิดตัวได้แรงแซงโค้งและเป็นที่ฮือฮาที่สุดในบ็อกซ์ออฟฟิศบ้าง แต่จะดูแค่ปีเดียวก็ใช่เรื่อง ทาง IMDb ก็ขอจัดมาเลย 10 หนังดังในรอบ 10 ปีที่สามวันแรกที่เข้าฉายก็ทำรายได้ถล่มทลาย และรวมรายได้ทั้งหมดแล้วยิ่งปัง ปัง ปังลอยเหนือต้นทุนไปเลย บอกเลยย้อนดูหนังแล้วเห็นพัฒนาการของโลกภาพยนตร์ที่ก้าวไปไกลมากทีเดียว!

 

 

Rogue One: A STAR WARS Story (2016)

ทำรายได้เปิดตัวไปทั้งสิ้น 155 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ และสามารถโกยรายได้ภายในประเทศ (สหรัฐอเมริกา) ไปทั้งสิ้นราว ๆ 501 ล้านเหรียญด้วย โดยผู้ชมต่างพากันชื่นชมถึงการเสริมเรื่องราวที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้าสู่ภาค A New Hope และยังคงกลิ่นอายความคลาสสิคที่คอหนังโหยหาเอาไว้ได้ครบ ใส่เซอร์ไพรส์ และจัดเต็มแอคชั่นอวกาศในแบบที่คนอยากเห็นด้วย

 

 

STAR WARS: The Force Awakens (2015)

การกลับมาของภาคที่เจ็ดที่สามารถทำรายได้ทะลุทุนสร้างตั้งแต่เปิดตัวสามวันแรก โดยกวาดรายได้ไปถึง 247 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 245 ล้านเหรียญ และได้รับการยกย่องว่าสามารถขยายจักรวาลสตาร์ วอร์สออกไปได้มันส์กว่าเดิม แต่ก็ยังคงความคลาสสิคที่ขึ้นหิ้งของจักรวาลเอาไว้ได้ดี ขนทัพตัวละครที่เป็นที่รักกลับมา แค่คอหนังเห็นตัวละครหรือสิ่งของที่หวนทำให้นึกถึงภาคเก่า ๆ ก็ฉีกยิ้มกับถ้วนหน้าทีเดียว หรือถ้าคอที่ไม่ใช่แฟนก็ยังได้อรรถรสได้การดูเช่นกัน หนังทำรายได้ภายในประเทศไปทั้งสิ้น 936 ล้านเหรียญ และทำรายได้ทั่วโลก 2,068 ล้านเหรียญ ขึ้นแท่นเป็นหนังทำรายได้สูงสุดอันดับ 3 ของโลกด้วย

 

 

American Sniper (2014)

ภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์กำกับโดย คลินต์ อีสต์วู้ด ทำรายได้สามวันแรกไปถึง 89 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 58.8 ล้านเหรียญ และทำรายได้ทั่วโลก 547 ล้านเหรียญ โดยเป็นรายได้ภายในประเทศถึง 350 ล้านเหรียญนั่นเอง หนังสร้างจากเรื่องจริงของ คริส ไคล์ (แบรดลีย์ คูเปอร์) พลแม่นปืนของหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพสหรัฐ โดยพาเราเข้าไปสัมผัสชีวิตของเขาตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขารับใช้ชาติอยู่ที่อิรัก จนถึงช่วงเวลาที่เขากลับมาสู่ประเทศบ้านเกิด หนังนำเสนอมุมมองของคริส ไคล์ทั้งในฐานะที่เขาเป็นตำนานความเก่งกาจของกองทัพและเผยปมทางด้านครอบครัวของเขาด้วย   

 

 

The Hunger Games: Catching Fire (2013)

ภาพยนตร์ภาคที่สองของแฟรนไชส์ที่ปลุกกระแสการลุกฮือความไม่เป็นธรรมอย่าง Catching Fire ทำรายได้ไปมากถึง 158 ล้านเหรียญจากทุนสร้างเพียง 130 ล้านเหรียญ และสามารถทำรายได้ทั่วโลกถึง 865 ล้านเหรียญ โดยในภาคนี้จะทวีความเป็นเกมการเมืองมากขึ้น ผสมผสานกับการแข่งขันเอาตัวรอดในแต่ละเกมที่โหดและเกิดการสูญเสียมากกว่าเดิม เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติและการทำลายล้างระบอบอันไม่เป็นธรรมของสังคมในยุคดิสโทเปียนั่นเอง

 

 

The Avengers (2012)

ภาพยนตร์ของจักรวาลมาร์เวลที่รวมดาวซูเปอร์ฮีโร่มากู้โลก ทำรายได้สามวันแรกไปทั้งสิ้น 207 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 220 ล้านเหรียญ และเดินหน้ากวาดรายได้ไปทั่วโลกถึง 1,518 ล้านเหรียญ ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับ 5 ของโลก ส่วนเนื้อเรื่องก็ตอบโจทย์ความคลั่งของคอหนังได้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือการรวมตัวกันของซูเปอร์ฮีโร่ที่คนดูรักมาก และมาเพื่อโชว์สกิล โชว์ความเกรียนฮา ผสานแอคชั่นที่มันส์หยด กลายเป็นหนังครบรสที่สร้างความสุขขนานใหญ่ให้กับคนดูนั่นเอง

 

2011 - 2007

 

Harry Potter and Deathly Hollow (2011)

รายได้เปิดตัวสามวันแรก 169 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ภายในประเทศ 381 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ทั่วโลก 1,341 ล้านเหรียญ

 

 

Toy Story 3 (2010)

รายได้เปิดตัวสามวันแรก 110 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ภายในประเทศ 415 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ทั่วโลก 1,066 ล้านเหรียญ
จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

 

 

Avatar (2009)

รายได้เปิดตัวสามวันแรก 77 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ภายในประเทศ 760 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ทั่วโลก 2,787 ล้านเหรียญ

 

 

The Dark Knight (2008)

รายได้เปิดตัวสามวันแรก 158 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ภายในประเทศ 534 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ทั่วโลก 1,004 ล้านเหรียญ
จากทุนสร้าง 185 ล้านเหรียญ

 

 

Spider-Man 3 (2007)

รายได้เปิดตัวสามวันแรก 151 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ภายในประเทศ 336 ล้านเหรียญ
ทำรายได้ทั่วโลก 890 ล้านเหรียญ
จากทุนสร้าง 258 ล้านเหรียญ

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram