62ปี ย้อนรอยตำนานสายลับ ทำไมต้องรหัส 007

62 ปี ย้อนรอยตำนานสายลับ ทำไมต้องรหัส 007

 

 

หากพูดถึงหนังสายลับระดับตำนานที่ขึ้นหิ้งการสร้างออกมาฉายอย่างต่อเนื่องมากที่สุด เจมส์ บอนด์ หรือ พยัคฆ์ร้าย 007 ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของวงการหนังสายลับที่คนทั่วโลกยกย่องในแง่ของความคมคายและความมันส์ รวมถึงได้รับการยกย่อง ให้เป็นภาพยนตร์ชุดต่อเนื่องที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเราจะพาไปย้อนตำนานความเป็นมาของหนังชุดสายลับเรื่องนี้ที่มีความเป็นมามากกว่า 62 ปี ก่อนจะไประเบิดความมันส์ใน 007 :: spectre ซึ่งมีกำหนดฉาย 5 พฤศจิกายนนี้

 

 

จุดเริ่มต้นของตำนานสายลับ

 

James Bond 007 เริ่มต้นจากการเป็นนวนิยาย ของ  เอียน เฟลมมิ่ง ซึ่งระหว่างที่เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในฝ่ายข่าวกรองของกองทัพเรือ เขาได้บอกเพื่อนสนิทว่า เขาอยากจะเป็นนักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสายลับ และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปี เจมส์ บอนด์เล่มแรกก็ถือกำเนิดขึ้นมา ซึ่งในตอนแรกที่ เอียน ปั่นต้นฉบับของ  Casino Royale เสร็จแล้วดูเหมือนว่าสำนักพิมพ์จะไม่ค่อยปลื้มกับงานนี้สักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ถูกตีพิมพ์จนโด่งดัง ตีพิมพ์ต่อเนื่องกว่า 14 ปี จนกระทั่งเอียน เสียชีวิต นับจำนวนรวมเจมส์ บอนด์ของเอียนมีทั้งหมด 12 เล่ม และ รวมเรื่องสั้นอีก 2 เล่ม แต่หลังจากนั้นวรรณกรรมเรื่องนี้ได้มีนักเขียนอีกหลายคนได้สิทธิ์ในการประพันธ์ต่อกลายเป็นซีรีย์ที่ยาวนานกว่า 62 ปีเลยทีเดียว

 

ความหมายของ 007

ตัวละครบอนด์...เอียนได้รับแรงบันดาลใจมาจากหน่วยสืบราชการลับของรัฐบาลอังกฤษ (Secret Intelligence Service)  โดยเขาได้แต่งให้ เจมส์ บอนด์ เป็นเจ้าหน้าที่ยศนาวาโท อยู่ใน สังกัดกองกำลังพลสำรอง กองทัพเรือ และมีรหัส 007 ซึ่งรหัส 00 นำหน้านี้ หมายความว่า สายลับคนนี้ได้รับอนุญาตจากทางการให้สังหารใครก็ได้โดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่ทั้งนี้ได้มีคนวิเคราะห์และตีความว่าเลข 00 อาจจะหมายถึงความลับสุดยอด เนื่องจากในศตวรรษที่ 16 มีสายลับผู้หนึ่งได้ส่งสารลับมาถึง สมเด็จพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1  โดยมีรหัส 00 เช่นเดียวกัน แต่รหัสดังกล่าวมีความหมายว่า For Your Eyes Only หรือ สำหรับดวงตาของพระองค์เท่านั้น

 

 

สู่หนังแฟรนไชส์มากกว่า 24 ภาค

เจมส์ บอนด์ ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มากกว่า 20 ภาค ซึ่งฉบับทางการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคืองานสร้างของ EON Production สร้างมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2505 - ปัจจุบัน มีทั้งหมด 24 เรื่อง ผ่านการเปลี่ยนนักแสดงนำมาแล้วถึง 6 คน ได้แก่

ฌอน คอนเนอรี่ (พ.ศ. 2505 – พ.ศ. 2510; พ.ศ. 2514)
จอร์จ ลาเซนบี้ (พ.ศ. 2512)
โรเจอร์ มัวร์ (พ.ศ. 2516 – พ.ศ. 2528)
ทิโมธี ดาลตัน (พ.ศ. 2530 – พ.ศ. 2532)
เพียร์ซ บรอสแนน (พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2545)
แดเนียล เคร็ก (พ.ศ. 2549 – ปัจจุบัน)

จากความประสบความสำเร็จของ 007 ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ส่งผลให้หนังชุดเรื่องนี้ติดอันดับ ภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินlสูงสุดติด 1 ใน 10 ของโลก โดยสามารถทำรายได้รวมทุกภาคมากกว่า$1.857 billion ความยอดเยี่ยมในแง่ของรางวัล เจมส์ บอนด์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าร์ จำนวน 14 ครั้งและสามารถคว้ารางวัลมาได้ 4 ครั้ง ซึ่ง Skyfallที่เป็นภาคล่าสุด ได้รับรางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเสียงร้องของอเดลด้วยโดย อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ 007 ที่เป็นที่จดจำกันทุกภาคนั่นคือดนตรีนำภาพยนตร์ที่มีเอกลักษณ์ ผลงานโดย Monty Norman และกลายเป็นต้นแบบให้กับเพลงของหนังสายลับและซุปเปอร์ฮีโร่ในยุคต่อมาอีกหลายเรื่อง 

 

 

นอกจากนี้ในแง่ของสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เจมส์ บอนก์กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษถึงขนาดกับได้ที่แดเนียล เครก ได้แสดงนำในพิธีเปิดลอนดอน โอลิมปิกเกมส์ 2012 ซึ่งหากยังจำกันได้ แดเนียล เครกในบท เจมส์ บอนด์ได้ไปยังพระราชวังบัคกิ้งแฮม พร้อมกับทูลเชิญฯ สมเด็นพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เสด็จประทับขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนที่จะพาพระองค์กระโดดร่มเหินฟ้าลงมาสู่พิธีเปิดด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้เจมส์ บอนด์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในตัวแทนของความเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของอังกฤษด้วย 

 

 

เตรียมสัมผัสกับสายลับใส่สูทสุดเนี๊ยบที่สร้างตำนานมาร่วมกว่าครึ่งศตวรรษ
ใน 007 spectre  เข้าฉาย 5 พฤศจิกายนนี้ 
เช็ครอบและข้อมูลหนัง >>>
http://www.majorcineplex.com/movie/bond-24-spectre

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram