ย้อนรอยจุดเริ่มต้นตำนานสาวนักล่าขุมทรัพย์ ก่อนจะเกิดเป็น Tomb Raider

 

                                                                                                                                                      

ย้อนรอยจุดเริ่มต้นตำนานสาวนักล่าขุมทรัพย์ ก่อนจะเกิดเป็น Tomb Raider

 

ภาพยนตร์เรื่อง “Tomb Raider” ซึ่งรับบทนำโดยอลิเซีย วิแคนเดอร์ ได้เผยเรื่องราวความเป็นมาครั้งใหม่ซึ่งไม่เพียงนำผู้ชมเข้าสู่การผจญภัยครั้งแรกของลารา ครอฟต์เท่านั้น แต่ยังดำดิ่งสู่ความคิดจิตใจของตัวละครซึ่งออกค้นหาที่ทางของตนบนโลกใบนี้ด้วยการเชื่อมโยงอนาคตเข้ากับอดีต ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงสำรวจทางเลือกของเธอ แต่ยังสำรวจเหตุผลที่เธอเลือกทำเช่นนั้นด้วย พร้อมกันนั้นเราก็จะได้ค้นพบว่าเธอกลายมาเป็นหนึ่งในตัวละครแอ็คชั่นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมสูงสุดเท่าที่เคยมีมาได้อย่างไร

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญจากวิดีโอเกมที่ได้รับการยกย่องและประสบความสำเร็จอย่างสูง “Tomb Raider” เมื่อปี 2013 นับเป็นวิดีโอเกมที่ขายดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของแฟรนไชส์นี้ และกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักให้ทีมผู้สร้างหนัง รวมทั้งนำเสนอรูปลักษณ์ที่ปรับปรุงใหม่ของตัวละครตัวนี้ด้วย ผู้กำกับ รอร์ อูธัก (Roar Uthaug) ซึ่งเติบโตมากับการเล่นเกมทุกเกมในแฟรนไชส์นี้กล่าวว่า “ผมทึ่งกับระบบการเล่น และแน่นอนครับว่าทึ่งกับตัวละครลารา ครอฟต์ หญิงสาวสุดเท่ที่ไขปริศนา หลีกเลียงกับดัก และตะลุยสุสานโบราณ แต่พอผมได้เห็นผลงานเกมเวอร์ชั่นปี 2013 ผมก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นตัวละครนี้ได้รับการนำเสนอออกมาอย่างสมจริงเป็นธรรมชาติ และคิดว่ามุมมองนี้น่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ได้”

 

 

ผู้อำนวยการสร้างชั้นนำมากประสบการณ์อย่าง เกรแฮม คิง ได้ซื้อลิขสิทธิ์การสร้างภาพยนตร์จากเกมนี้เอาไว้เมื่อหลายปีก่อน เขากล่าวว่าตัวเขาเองก็ยินดีที่จะได้นำประวัติความเป็นมาของตัวละครที่เพิ่มเติมขึ้นมานี้มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ “ลารา ครอฟต์ เป็นนางเอกที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จอย่างหาตัวจับยากในโลกแอ็คชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกภาพยนตร์ เราไม่ได้เห็นเธอในหนังมาพักใหญ่แล้วและผมคิดว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่เราจะกลับไปสำรวจตัวละครและแนะนำความเป็นมาของเธอในรูปแบบที่สื่อสารกับโลกปัจจุบันได้ โทนเรื่องเปลี่ยนแปลงไป เรื่องราวมีความเป็นดรามาและถ่ายทอดอารมณ์มากขึ้น ควบคู่ไปกับฉากแอ็คชั่นที่ไหลลื่นต่อเนื่องน่าเหลือเชื่อ ผมคิดว่าผู้ชมยุคใหม่จะสนุกที่ได้เดินทางร่วมกับเธอเช่นเดียวกับที่ผู้เล่นเกมเคยสัมผัสมา”

 

ในวัยเด็กวิแคนเดอร์เองก็เคยเล่นเกมนี้และเป็นแฟนเกมนี้ด้วย “ตอนฉันยังเด็ก ฉันไม่มีวิดีโอเกมค่ะ ก็เลยตื่นเต้นเวลาไปบ้านเพื่อนที่มีเครื่องเล่น” เธอเล่า “ฉันจำได้ว่าเวลาเพื่อนๆ เล่น "ลารา ครอฟต์" สิ่งที่สะดุดใจก็คือฉันไม่เคยเห็นหญิงสาวเป็นตัวละครนำในเกมมาก่อนเลย เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นคนที่ดุดัน เด็ดเดี่ยว และเก่งกาจ ทั้งหมดนี้ทำให้ฉันสนใจเธอ แน่นอนว่าฉันอายุแค่สิบขวบ ส่วนใหญ่เวลาเล่นฉันก็เลยได้แต่ฝึกอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลครอฟต์”

 

 

วิแคนเดอร์พัฒนาความสามารถในการเล่นเกมมากขึ้นเมื่อเธอเป็นวัยรุ่นและหลังจากนั้น เธอกล่าวว่า “ตอนที่ฉันได้ข่าวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ฉันออกไปซื้อเกมภาคใหม่ๆ เหมือนกันค่ะ มันยังคงความเป็นลาราจากเวอร์ชั่นก่อนๆ แต่ถึงตอนนี้เราได้ตามเธอกลับไปยังจุดเริ่มต้น สำหรับฉันเธอเหมือนซูเปอร์ฮีโร่และแอ็คชั่นฮีโร่ที่เรารัก พอเราได้เห็นเส้นทางที่ฮีโร่เหล่านี้ได้พัฒนาจนกลายมาเป็น ‘ซูเปอร์ฮีโร่’ เราก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น”

 

เช่นเดียวกับในเกม ทีมผู้สร้างตั้งเป้าหมายให้แอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้มีความสมจริง และให้ผู้ชมได้รู้สึกราวกับว่าได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศจริงโดยสัมผัสเหตุการณ์ผ่านสายตาของลารา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเต็มสปีด ต่อสู้เต็มกำลัง ยิงธนูพร้อมกับหลบกระสุน เผชิญกับภยันตรายต่างๆ และแก้ปริศนาอันสลับซับซ้อนโดยมีเวลาเพียงไม่กี่วินาที ลาราต้องรวบรวมพละกำลัง ทักษะ สติปัญญา และความแข็งแกร่งทนทานของร่างกายเพื่อฝ่าฟันการผจญภัยสุดตื่นเต้น สิ่งนี้เองที่เป็นเหตุผลให้แฟนๆ ทั่วโลกรักเกมนี้ เพราะผู้เล่นเกมได้เข้าไปอยู่ตรงใจกลางของเหตุการณ์แอ็คชั่นและร่วมการเดินทางสุดเร้าใจไปกับเธอ

 

 

บทภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนโดยเจนีวา โรเบิร์ตสัน-ดโวเรตและอลาสแตร์ ซิดดอนส์ จากเนื้อเรื่องโดยโรเบิร์ตสัน-ดโวเรตและเอฟแวน โดเฮอร์ที “ผมเล่นเกม ‘Tomb Raider’ มาเกือบทั้งชีวิต และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้เห็นลารา ครอฟต์ ตัวละครซึ่งเป็นหัวใจของตำนานอันยิ่งใหญ่นี้ เติบโตมาเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสมัยนิยมอย่างแท้จริง” ดอเฮอร์ทีกล่าว “จึงนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้ช่วยสร้างสรรค์ตัวละครนี้และแฟรนไชส์นี้ขึ้นมาใหม่ครับ”

 

ในหนังเรื่องนี้ การเดินทางของลาราเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอต้องยอมรับการเสียชีวิตของพ่อ “อย่างเป็นทางการ” ขณะที่รู้สึกอับจนหมดหนทาง หญิงสาวผู้ดื้อรั้นกลับได้รับกล่องปริศนาใบสุดท้ายที่บรรจุเงื่อนงำเกี่ยวกับโชคชะตาของผู้เป็นพ่อ เธอจึงเชื่อว่าเรื่องราวทั้งหมดอาจยังไม่จบลง ในที่สุดสิ่งที่เธอค้นพบจะพาเธอไปไกลจากบ้านและไกลจนสุดขอบโลก

 

“ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกเป็นแกนหลักในเรื่องราวของเรา” อูธักระบุ “เขาทอดทิ้งเธอ แต่เห็นได้ชัดว่าเธอยังทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยเขาไป เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างรูโหว่ในจิตใจของลาราซึ่งเธอพยายามถมให้เต็ม และกล่องปริศนาใบสุดท้ายนี้ก็ได้มอบกุญแจเพื่อให้เธอเริ่มต้นสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ และนำเธอไปสู่ภารกิจครั้งยิ่งใหญ่นี้”

 

 

Tomb Raider 8 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram