ดาวน์โหลดวอลล์เปเปอร์ เรื่อง I AM Legend
 
 
 
  ชื่ออังกฤษ : I AM LEGEND
ประเภทหนัง : Action / Thriller / Sci-Fi
เข้าฉายวันที่ : 13 ธันวาคม 2550
ผู้กำกับ : Francis Lawrence
บทภาพยนตร์ : ริชาร์ด แม็ตธีสัน
ค่ายภาพยนตร์ : วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส , วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส
จัดจำหน่าย : Fox/Wb Thailand
ประเทศ : United States


..นักแสดง..
1. Will Smith
2. Salli Richardson
3. Alice Braga

เนื้อเรื่องย่อ
บนถนนที่เงียบสงัด ในมุมหนึ่งของถนนวิลเลี่ยมสเบิร์กในเมืองบรู๊คลิน ไม่มีใครจะรู้ได้เลยเมื่อเดินผ่านกำแพงหินหนาว่ามีอะไรเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง โดยกินเนื้อที่ส่วนใหญ่หลังสนามหญ้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มันดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่ห้องสมุดหรือห้องโถงในมหาวิทยาลัย แต่ในความเป็นจริงนั้นพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งมีเนื้อที่ภายในกว่า 100,000 ตารางฟุตนั้นได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นฉากของฮอลลีวู้ดที่มีการแสดงในสถานที่ร้างผู้คน มีเพียงชายคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอด

ภายในความมืดและการตกแต่งที่ยอดเยี่ยมนั้น ฉากมากมายได้ถูกสร้างขึ้นด้วยกรอบไม้อัด และส่วนหนึ่งภายในนั้นด้านหลังของสายเคเบิลที่ยุ่งเหยิงและท่ามกลางบรรดาช่างเทคนิคมากมาย ซุปเปอร์สตาร์ที่ยอดนิยมคือ วิลล์ สมิธ (จากเรื่อง The Pursuit of Happiness, และเรื่อง I, Robot) นั่งอยู่เพียงเดียวดายในอ่างอาบน้ำ มองเห็นแต่เพียงจอมอนิเตอร์มากมายที่อยู่ด้านนอกที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากผู้กำกับการแสดงฟรานซิส ลอว์เรนซ์ (เรื่อง Constantine) ส่วนที่อยู่ใกล้ของจอแสดงให้เห็นอย่างไม่จริงจังว่าเป็นธรรมชาติของหนังซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ต้องการจะบอกเล่า – เรื่องราวนิยายแอ็คชั่นแนวผจญภัยเกี่ยวกับชายคนสุดท้ายที่อยู่บนโลก ...วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส นำเสนอภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend

สมิธ รับบทเป็น โรเบิร์ต เนวิลล์ ผู้รอดชีวิตคนเดียวจากการทำลายล้างโลกจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ที่คร่าชีวิตของประชากรที่อาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์คอย่างยับเยิน แต่ผู้รอดชีวิตคนเดียวในโลกนี้กลับไม่ได้โดดเดี่ยว โรคระบาดมีผลในการเปลี่ยนแปลงเหยื่อของมันให้กลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ – บริโภคเนื้อเป็นอาหาร บรรดาดาร์กซีกเกอร์สที่ท่องเที่ยวไปตามถนนหนทางในเวลากลางคืนด้วยความหิวโหยที่ไม่มีวันบรรเทา ฉากที่กำลังถ่ายทำในวันนี้เป็นตอนที่ตัวละครที่เขาแสดงต้องถูกซุ่มทำร้ายโดยบรรดาพวกดาร์กซีกเกอร์ส

การเดินทางเพื่อทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend เพื่อบอกเล่าเรื่องราวร่วมสมัยนั้นเริ่มมาตั้งแต่เกือบสิบปีที่ผ่านมาเมื่อนวนิยายในปี 1954 โดย ริชาร์ด แมทเธอสัน ได้รับการดัดแปลงโดย มาร์ค โปรโตเซวิช (จากเรื่อง The Cell) ผ่านการเกิดดับที่แตกต่างกัน การตกแต่งจากภายในของตัวแสดงที่อยู่เพียงคนเดียวท่ามกลางบรรดาพวกกลายพันธุ์ที่ได้รับเชื้อโรคต้องคล้องจองกับบรรดาพวกที่ในที่สุดแล้วสืบสานเรื่องราวให้เกิดขึ้น สมิธนั้นเป็นแฟนของสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ได้อ่านเรื่องราวคร่าว ๆ ครั้งแรกของโปรโตเซวิชและลอว์เรนซ์ ที่มีความชื่นชมในเรื่องราวของการต้องอยู่โดดเดี่ยวหลายเรื่อง เขาได้เห็นเรื่อง I Am Legend ว่าที่สุดแล้วมันคือโอกาสที่จะนำเสนอเรื่องราวนี้
อาคิว่า โกล์ดแมน เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง (เรื่อง Beautiful Mind) ได้พิสูจน์ว่าตัวเขาเป็นตัวหลักของการสร้างเมื่อเขาได้รับงานสำหรับโปรเจ็คนี้โดยรับหน้าที่เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์และผู้อำนวยการสร้าง “ทั้งฟรานซิสและตัวผมเพิ่งได้ทำงานด้วยกันเป็นเรื่องแรกจากภาพยนตร์เรื่อง Constantine”โกล์ดแมนเล่า “เพราะงั้นเราก็เลยได้มาทำงานด้วยกันอีก และวิลล์กับผมก็ได้ทำงานด้วยกันจากภาพยนตร์เรื่อง I, Robot และเราสองคนก็นิยมชมชอบเรื่องราวที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ พวกเราชอบกับความคิดที่ว่าเราจะบอกเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาในนิยายวิทยาศาสตร์ได้ไหม? นิยายวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นเรื่องเค้าโครงอุปมาอุปมัยสำหรับการบอกเล่าเรื่องราวหรือเปล่า? และผมก็พบว่าวิลล์นั้นได้เคยทำงานแบบนี้มาก่อนในอดีตผมจึงได้ไปหาวิลล์เมื่อตอนที่เราได้เค้าโครงเรื่องนี้มาแล้วก็บอกกับเขาว่า หวัดดี คุณอยากแสดงเรื่องนี้ไหม? แล้วเขาก็บอกว่า ก็ได้”
ในขณะที่ภาพยนตร์ได้นำเสนอการเดินทางของตัวแสดงที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ให้ได้ และจุดใหญ่ใจความคือการเดินทางจากภายในในทุก ๆ เสี้ยวนั้นยากจะขัดขืนได้ “ชายหนุ่มคนนี้มีความซับซ้อนในการอยู่รอด” สมิธอธิบาย “บนปกนิตยสาร Time Magazine ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น มันจะมีรูปภาพของโรเบิร์ต เนวิลล์อยู่บนหน้าปกและบอกว่าเขาเป็น ”ผู้ช่วยให้รอด เป็นทหาร เป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคติดต่อและสมควรจะเป็นคนที่หยุดมันให้ได้ เมืองแมนฮัตตันเป็นบ้านของเขาและเขาก็สูญเสียมันไป และเมื่อไวรัสแพร่ระบาดไปทั่ว เขาต้องสูญเสียภรรยาและลูกสาวและที่สำคัญที่สุดเขาสูญเสียความเป็นมนุษย์ – และเขาต้องการที่จะนำมันกลับคืนมา เขาตื่นขึ้นมาในทุกวันและเขาก็ติดหน้าปกของ Time Magazine เอาไว้ที่ฝาตู้เย็น และที่ ๆ มันเขียนว่าผู้ช่วยให้รอด เขาจะขีดเขียนเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่เอาไว้ ทุก ๆ วันเขาจะพยายามที่จะก้าวเข้าไปใกล้การค้นหาทางเยียวยาไปอีกหนึ่งขั้นและที่สุดแห่งความปรารถนาของเขาก็คือย้อนเวลาทุกอย่างกลับไป แต่ทุกวันมันกลับขยับเข้าใกล้ที่จะคร่าชีวิตของเขาไปทุกวัน เพราะงั้นมันเป็นคำถามที่สำคัญว่า: เขาจะพบทางเยียวยาก่อนที่พวกมันจะพบเขาหรือเปล่า?”

“ภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend นั้นเป็นการนำเสนอว่าอะไรเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการเพื่อมีชีวิตรอด อะไรที่เป็นส่วนประกอบในการดำรงชีวิต อะไรคือความเป็นเหตุเป็นผลหรือความบ้าคลั่งเมื่อคุณต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเป็นเวลายาวนาน” โกล์ดแมนเล่า “สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์นั้นก็คือมันเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นความสนุกสนาน มันทำให้คุณได้เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ มันทำให้คุณได้นำเสนอความรู้สึกที่อาจจะยากเย็นที่จะบอกเล่าในส่วนอื่น ๆ มันเป็นพาหนะชั้นดีในการบอกเล่าเรื่องราวอุปมาอุปมัย”

กุญแจสำหรับสมิธคือความเป็นดราม่าภายในที่เปิดเผยเรื่องราวของการผจญภัยทางวิทยาศาสตร์ “มันเป็นเรื่องราวดราม่าที่ยิ่งใหญ่ของบล๊อคบัสเตอร์สำหรับซัมเมอร์นี้” เขาอธิบาย “และแน่นอนว่ามันจะต้องมีส่วนประกอบที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ โดยจะมีสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในเรื่องนี้ พวกเราต้องการจะทำอะไรที่ใหม่ ๆ โดยเรามีฉากที่เป็นแอ็คชั่นแต่เรากำลังมุ่งเน้นอย่างจริงจังในการที่ไม่มีการแอ็คชั่นสำหรับฉากแอ็คชั่น มันจะต้องถูกผลักดันจากตัวแสดง และคุณจะต้องเชื่อมโยงกับพวกเขาทางอารมณ์ นั่นแหละคือสิ่งที่เรามุ่งหวัง”

ในช่วงกลางของการถ่ายทำ สมิธ ลอว์เรนซ์และทีมงานได้พักจากตารางการถ่ายทำแนวโดดไปโดดมาของพวกเขาบนถนนของเมืองแมนฮัตตันเพื่อถ่ายทำส่วนภายในของ โรงถ่ายมหึมานั้น
โลกหลังจากหายนะของภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend นั้นไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าที่บรรดาแฟน ๆ จากนิยายวิทยาศาสตร์จะได้เห็น: มันกลับเป็นโลกที่หยุดการเคลื่อนไหว โดยที่มีก้อนหินและคอนกรีตและธรรมชาติได้พบหนทางที่กลับมาสู่ความเป็นเมืองได้อีก “ผมคิดว่าภาพยนตร์แบบนี้อาจจะใช้ส่วนที่มีความเป็นธรรมชาติ” ลอว์เรนซ์อธิบาย “พวกเราพยายามทำมันให้ดูเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ มันเป็นส่วนหนึ่งในแนวคิดของเรื่องว่าธรรมชาติเรียกร้องเอาคืนจากความเป็นเมืองเพราะมันถูกละทิ้งมายาวนานโดยต้นหญ้าเริ่มงอกขึ้นมาอีกครั้ง มีสัตว์ป่ามากมาย มีกวางเดินไปมาบนถนนและฝูงนกอยู่ทั่ว ๆ ไป มันไม่ใช่ความมืดมิดและดูร้างอย่างที่ผมคิดว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมุ่งหวังว่ามันเป็นแบบนั้น ในเรื่องราวของเรา โลกนี้ออกมาดูสวยงามมากกว่า มันจะมีการถ่ายทำด้วยกล้องมือถือและแสงธรรมชาติมากมาย”

ลอว์เรนซ์ตกลงใจที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในโลเคชั่นที่นิวยอร์ค “โดยพวกเขาแสดงเป็นตัวเอง” ซึ่งได้กลายมาเป็นการกะเกณฑ์ได้สำหรับความสามารถของทีมงานที่จะเคลียร์ถนนให้พ้นจากความวุ่นวายให้ยาวนานพอที่จะตกแต่งถนนและถ่ายทำมันเพื่อให้ความรู้สึกที่โดดเดี่ยว - ความยากลำบากที่สุดก็คือเมื่อคุณต้องทำแบบนั้นที่ถนนฟิฟธ์ อเวนิว หนึ่งในถนนที่รถวิ่งด้วยความเร็วถนนหนึ่ง “ถ้าคุณเคยได้ที่นิวยอร์ค คุณจะต้องรู้จักถนน ฟิฟธ์ อเวนิว” สมิธเล่า “และการที่จะเดินบนถนนตรงกลางของ ฟิฟธ์อเวนิวในตอนกลางวัน และมีต้นหญ้าขึ้นอยู่ตรงกลางถนนรวมทั้งรถยนตร์ที่เคยไหม้ไฟจอดอยู่ทั่วไป มันเป็นความคิดที่น่าหวาดกลัวอย่างหนึ่ง”

ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมงานสร้างได้รับอนุญาตให้ปิดถนนบางส่วนที่วุ่นวายที่สุดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ “พวกเราเข้าไปและว่าจ้างคนถึง 200 คนเพื่อยืนเฝ้าในทุก ๆ ประตูและร้านค้ารวมไปถึงซอยและหัวมุมถนนในระหว่างการถ่ายทำ” ลอว์เรนซ์อธิบาย “มันไม่มีการจราจรหรือผู้คนเหลืออยู่เลย - มันเงียบเหงามาก ซึ่งเป็นเรื่องแปลก”
ฉากภายใน ที่ได้รับการดูแลจากนาโอมี่ โชฮันและเดวิด ลาซานซึ่งเป็นผู้ออกแบบฉาก ได้บอกเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ของโรเบิร์ต เนวิลล์ในแต่ละวัน – การเรียนรู้นั้นเต็มไปด้วยงานศิลปะที่หาค่าไม่ได้ ชั้นหนังสือล้นไปด้วยหนังสือวรรณคดีและเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์รวมไปถึงรูปภาพที่น่ารักของครอบครัวของเขา – ซึ่งตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว - บนผนังนั้น; ห้องทดลองชั่วคราวที่เขาสร้างขึ้นเพื่อทำการทดลองด้วยความหวังว่าจะหาทางเยียวยาโรคได้; ที่เก็บของที่มีกระป๋องในทุก ๆ แบบและอาหารก่อนบรรจุที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่บนชั้นในตู้ ชีวิตของเขาเหมือนเดิมทุกวัน – ตื่นขึ้นในเวลากลางคืนเพื่อมองหาผู้รุกราน และได้นอนแค่เพียงสองสามชั่วโมงในตอนรุ่งเช้า จากนั้นก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันทำงานในห้องทดลอง และเสาะหาอาหารในเมืองที่ว่างเปล่ารวมไปถึงส่งคลื่นวิทยุออกไปโดยในแต่ละวันยิ่งเพิ่มเติมความสิ้นหวังว่าจะได้พบกับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ

เนื่องจากนิวยอร์คเป็นจุดศูนย์กลางของโรคติดต่อ สะพานและอุโมงค์ส่วนใหญ่นั้นได้ถูกทำลายลงด้วยความพยายามที่จะปิดทางเข้าออกของเมืองจากโลกภายนอก ผลกระทบกับการที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายเป็นเวลาถึงสามปีนั้นมีผลกับความนึกคิดของเนวิลล์มากมายหลายทาง สมิธได้เก็บเกี่ยวจากความน่าเชื่อของการแสดงที่สำคัญในส่วนใหญ่ของภาพยนตร์ที่ต้องแสดงคนเดียว แต่กลับพบประสบการณ์ที่ในที่สุดแล้วเป็นประโยชน์มาก “มันแย่มาก ๆ” เขาให้ข้อสังเกตุ “เมื่อคุณต้องอยู่คนเดียว มันเป็นความยากที่จะหาความขัดแย้ง ในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่เรากำลังมองหา”
สมิธได้ทำงานกับโกล์ดแมนและลอว์เรนซ์เพื่อแยกแยะในแต่ละชั่วขณะในการเดินทางของตัวแสดงเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดของสิ่งที่ทำให้เนวิลล์เดินต่อไปข้างหน้า “วิลล์นั้นเป็นนักแสดงที่มีความสามารถจริง ๆ” ลอว์เรนซ์ ซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดงออกความเห็น “ทั้งผมและเขาต้องทำการค้นคว้ามากมาย พวกเราต้องศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และด้านความคิดของทั้งหมด โดยต้องไปกันทีละฉากเพื่อจะคิดหาว่าคน ๆ นี้เป็นใครและชีวิตนี้จะมีผลอย่างไรกับเขา นั่นเป็นสีสรรค์ของแต่ละทางเลือกที่นักแสดงต้องทำ และวิลล์นั้นมีความเป็นคนเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม มันเป็นความฝันที่ได้ทำงานร่วมกับเขา”

การวิจัยของพวกเขาเริ่มต้นจากศูนย์ Center for Disease Control’s (CDC) Biosafety ซึ่งเป็นห้องทดลองระดับ 3 ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยไวรัสต่าง ๆ ที่ร้ายแรงถึงตายสำหรับโลกมนุษย์ “ผมไม่เคยมีความกังวลกับเรื่องราวของไวรัสมาก่อนเลยจนผมได้ไปที่ศูนย์ CDC” สมิธเล่า “มันเป็นของทหารและเราได้ไปกันที่นั่นแล้วยังได้รับการต้อนรับจากท่านนายพล ผมยังพูดตลกเกี่ยวกับว่ามันจะเคร่งเครียดอะไรกันนักหนาที่นี่? และเขาก็บอกกับผมว่า เพราะพวกเรารู้ว่าอะไรที่ผู้คนไม่อยากจะยอมรับ และมนุษย์นั้นไม่ได้เป็นจุดสูงสุดของวัฏจักรห่วงโซ่อาหาร แล้วผมก็เป็นแบบ ยังนั้นจริงเหรอ? เขาก็บอกว่าใช่ พวกไวรัสต่างหากที่เป็นจุดสูงสุด และผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องนั้น”
เรื่องราวนิยายเกี่ยวกับไวรัสที่มีชื่อว่า เควีในภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดที่ได้จากการค้นคว้าจากห้องทดลอง CDC “ความคิดก็คือมันมีการระบาดอย่างใหญ่หลวงที่คร่าชีวิตของผู้คนไปถึง 98 เปอร์เซนต์ที่มีชีวิตอยู่บนโลก” ลอว์เรนซ์อธิบาย “มันจะมีส่วนหนึ่งที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อจากโรคนี้และผู้ที่รอดชีวิตนั้นเป็นเพราะพวกเขามีความผิดปกติทางพันธุกรรม พวกเขามีภูมิคุ้มกันจากเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง แต่ผู้คนเหล่านี้ที่มีประวัติการติดเชื้อ โรคร้ายได้เจาะเข้าไปในระบบการดูดซับอาหารและทำลายต่อมอดรีนัล การเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น; พวกเขาจะรู้สึกถึงอาการไข้อย่างถาวรและต้องบริโภคอย่างตะกละตระกลามไม่งั้นก็จะต้องตาย มันจะเป็นเหมือนใครสักคนที่ได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้า”

เนวิลล์อยู่ท่ามกลางคนพวกนั้นแต่ป้องกันตัวเองจากข้างใน ในขณะที่พวกเขาต้องล่ากันตอนกลางคืน สำหรับพวกดาร์กซีกเกอร์ส เขาเป็นคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ - เป็นตำนาน นอกจากจะถูกคุกคาม ในบางทีเนวิลล์ยังคงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์และมีความหวังสำหรับอนาคต “พวกเราได้คุยกันว่าควรจะให้ตัวละครนี้รู้สึกสิ้นหวังหรือไม่” สมิธกล่าวติดตลก “มันเป็นแค่กิจวัตรประจำวันที่เขาต้องตื่นนอนทุกวันและทำอยู่เป็นประจำทุกวันที่เขาต้องทำมันงั้นหรือ? หรือเขามีความหวังอย่างจริงจังว่าสักวันเขาจะค้นพบทางรักษา? ความหวังนั้นอันที่จริงแล้วเป็นเหมือนศัตรู เพราะงั้นบางทีจิตใต้สำนึกที่อยู่ลึกที่สุดของเขามีความหวังมากพอที่จะทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมากในทุก ๆ วันแต่เขาจะหมดความหวังเมื่อตอนที่เขามีสำนึกอยู่”

ลอว์เรนซ์มองเห็นเรื่องราวนี้ว่าเป็นการทำสมาธิสำหรับความขัดแย้งนั้น “ผมคิดว่ามันเป็นความคิดของชีวิตหลังจากการสูญเสีย” ลอว์เรนซ์กล่าวเสริม “คุณจะมีชีวิตแบบไหนหลังจากการสูญเสียแบบนั้น เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง?”

สำหรับโกล์ดแมน ความเป็นดราม่าที่อยู่ในตอนกลางของการแสดงแอ็คชั่นแนวผจญภัยได้นำเสนอไปที่คำถามนั้น “สำหรับผมเรื่องนี้มีความเป็นอุปมาอุปมัยที่ยอดเยี่ยมสำหรับสิ่งนั้น” เขากล่าว “นั่นเป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่ทำให้ผมสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะผมมีความหวาดกลัวของสูญเสียที่ผมอยากจะเชื่อว่ามันจะมีความหวังในอีกด้านหนึ่งของมัน”

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ร่วมกับ บริษัท วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส เสนอผลงานการสร้างของวิด โรด พิกเจอร์ส/3 อาร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์/โอเวอร์บรูค เอ็นเตอร์เทนเมนท์; วิลล์ สมิธ แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend ร่วมแสดงโดย อลิซ บราก้า, ชาร์ลี่ ทาแฮน, แซลลี่ ริชาร์ดสัน, ไวท์ฟิลด์ และวิลโลว์ สมิธ กำกับการแสดงโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ จากบทภาพยนตร์โดย อกิวา โกลด์แมน เรื่องโดยมาร์ค โปรโตเซวิช ภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend อำนวยการสร้างโดย อกิวา โกล์สแมน เออวิน สตอฟ และเจมส์ ลาสซิเตอร์ อำนวยการบริหารโดย ไมเคิล ทอดรอส
แอนดรูว์ เลสนี่ เอ ซี เอส/เอ เอส ซี เป็นผู้กำกับภาพ; นาโอมิ โชแฮนและเดวิด ลาซานเป็นผู้กำกับกับศิลป์ ไมเคิล แคพแลนเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและเวน วาห์แมน เอ ซี อีเป็นผู้ลำดับภาพ ภาพยนตร์เรื่อง I Am Legend จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ บราเดอร์ พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และในบางพื้นที่โดย วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส


ตัวอย่างภาพยนตร์ : คลิกเพื่อชมตัวอย่างภาพยนตร์
เว็บไซต์หนัง : I AM LEGEND

 
 
  วิดเจท ไอ แอม เลเจนด์ ให้คุณเก็บและส่งต่อคลิปวีดีโอ รูปภาพ และดาวน์โหลดล่าสุดต่างๆ ในเว็บเพจ บล็อก และโปรไฟล์ส่วนตัวของคุณ

ในวิดเจทยังมีเกม "คุณจะอยู่รอดมั๊ย"ที่ให้คุณต่อสู้กับพวกติดเชื้อและสะสมข้าวของเพื่อการอยู่รอด
คุณต้องคอยส่งสัญญาณฉุกเฉินเพื่อติดต่อกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ จากที่ลี้ภัยที่คุณหลบอยู่ และต้องเลี่ยงให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อน้อยที่สุด

 
    ร่วมสนุกกับ I AM LEGEND ที่นี่ MEDIA PLAYER - I AM LEGEND  
       
 
โปสเตอร์
   
 
ภาพจากภาพยนตร์
     
                 
             
 
ภาพพื้นหลัง
       
       
800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
               
               
800x600
1024x768
1280x960
               
                 
     
800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
                 
       
800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
  800x600
1024x768
1280x960
 
ภาพพักหน้าจอ
PC : (คลิกเพื่อดาวน์โหลด) || Mac : (คลิกเพื่อดาวน์โหลด)
 
  Movie Content
  Horton Hears AWho  
  ชัตเตอร์ แรงอาฆาต ภาพวิญญาณสยอง  
  จัมพ์เปอร์ ฅนโดดกระชากมิติ  
  The Chronicles of Narnia: Prince Caspian :: อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน เจ้าชายแคสเปี้ยน  
  WALL*E  
  27 Dresses 27 ครั้ง ...ขอลุ้นลงคานซะที  
  Hellboy 2: The Golden Army  
  The Dark Knight  
  HITMAN และ Alvin and The Chipmunksได้ ร่วมกันทำ Clip พิเศษ น่ารัก ๆ  
  Alien VS Predator 2 สงครามฝูงเอเลียน ปะทะ พรีเดเตอร์ 2  
  Alvin and the Chipmunks  
  I AM LEGEND  
  Sweeney Todd  
Copyright © : 2006 www.majorcineplex.com